เทคนิคการตรวจเช็คบ้าน

บ้านคือที่อยู่อาศัยที่เราต้องอยู่กันทุกวัน เมื่อเวลาผ่านนานไปบ้านก็เริ่มทรุดโทรม มีอะไรในบ้านบ้างที่เรามองข้ามกันไป ลองหันกลับมาสนใจสักนิด ก่อนที่ของในบ้านจะพังไปจนแก้ไขอะไรไม่ได้  มาดูกันดีกว่าว่าเราควรจะแลรักษาอะไรบ้างในบ้านของเรา

1.ควรทำประกันอัคคีภัยและภัยต่างๆ 

อัคคีภัยหรือภัยธรรมชาติต่างๆ เป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว ดังนั้น ควรทำประกันอัคคีภัย รวมถึงภัยต่างๆ ไว้ เพื่อที่จะได้ช่วยคุณในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการซ่อมบ้านอีกด้วย

2.ทาสีบ้านทุก 3-5 ปี 
นอกจากจะได้บ้านที่สวยสดใสสีแจ่มชัดแล้ว ยังสามารถตรวจสอบเรื่องรอยรั่วรอยร้าวตามมุมที่มองไม่เห็นในเบื้องต้นได้ เพราะการทาสีนั้นทางช่างจะต้องทำความสะอาดพื้นผิวก่อนทา ดังนั้นรอยร้าวต่างๆ จะได้รับการดูแล และหากรอยร้าวเกิดจากการทรุดตัวของอาคาร หรือโครงสร้างมีอาการผิดปกติช่างจะมารายงานแน่นอน การแก้ไขและรักษาที่ถูกวิธีก็จะเกิดขึ้น และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดน้ำรั่วน้ำซึมเป็นรอยด่างต่างๆ ขึ้นกับบ้านด้วย
การทาสีนี้รวมไปถึงประตู-หน้าต่าง ประตูบิด ประตูโก่ง หน้าต่างหลุด อย่ารอให้ปัญหาเหล่านี้เกิดก่อน การหมั่นดูแลรักษาช่วยยืดระยะเวลาการใช้งาน

3.ระบบแอร์หรือเครื่องปรับอากาศต้องมีการทำความสะอาดไส้กรองทุกสองเดือน
หากเครื่องปรับอากาศอยู่ในส่วนที่มีเสื้อผ้าหรือกระดาษมากๆ ทำความสะอาดเดือนละครั้ง แอร์จะเย็นและไม่มีปัญหาน้ำแข็งเกาะ เปลี่ยนและเติมน้ำยาตามระยะเวลาคือปีละครั้ง

4.ระบบไฟฟ้า
ส่วนมากไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมาก แต่อย่าใช้งานปลั๊กมากเกินไป ยกตัวอย่างเช่น ปลั๊กหนึ่งตัวมีการต่อพ่วง 6-8 อุปกรณ์ อย่างนี้อันตราย สายอาจไหม้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ เวลาเลิกใช้ปลั๊กแล้วก็ควรถอดปลั๊ก อย่าลืมทำความสะอาดโคมไฟจะได้ส่องแสงเต็มที่ และป้องกันการลัดวงจรที่อาจเกิดจากแมลง เช่น มดเข้าไปทำรัง ส่วนสายไฟต่างๆ มีอายุการใช้งานประมาณ 20-30 ปี มาที่ตู้ไฟฟ้าหลักเราต้องดูขนาด ส่วนมากไม่ต้องเปลี่ยน ถ้าจะต้องเปลี่ยนก็เพราะความต้องการใช้ไฟมากขึ้น เเต่ถ้ารุ่นโบราณมากๆ ก็เปลี่ยนจะดีกว่าเพื่อความสบายใจ

5.ระบบประปา
ท่อส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่มีปัญหาคืออุปกรณ์ เพราะอุปกรณ์นั้นมักอยู่ไม่เกิน 15 ปี (ยกเว้นรุ่นราคาสูง) จะเกิดอาการหลวม ตะกรันเกาะ น้ำซึม สิ่งที่พึงปฏิบัติคือการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี
ก๊อกน้ำและฝักบัวต่างๆ ทุก 6 เดือน ให้ถอดหัวออกมาล้าง จะพบเศษทราย กรวด คราบสนิม การทำความสะอาดทำให้น้ำไหลแรงเป็นปกติและยังเป็นการยืดอายุปั๊มน้ำไปด้วย
เครื่องทำน้ำอุ่น-เครื่องทำน้ำร้อนดูเรื่องสายดินและการใช้งาน หากเก่าและเริ่มมีปัญหาควรเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย
ถังบำบัดก็ต้องดูแล ถึงแม้สมัยนี้ไม่ต้องสูบส้วมยกเว้นบางบ้าน แต่จุลินทรีย์ในถังบำบัดอาจตายได้ถ้าเราใช้น้ำยาทำความสะอาดอย่างแรงและบ่อยครั้ง ปริมาณกากอาจไม่พอ เติมจุลินทรีย์ด้วยวิธีง่ายๆ ก็คือใช้น้ำชีวภาพที่เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ง่ายมากๆ เติมเดือนละครั้งก็พอ

6.กระเบื้องและยาแนว 
จริงๆ แล้วตัวกระเบื้องเองไม่เกิดปัญหา ปัญหาจะมาจากยาแนวเสื่อม เราทำความสะอาดยาแนวด้วยน้ำยาแล้วหลายคนมักเอากรดกัด หากผุกร่อนมากจะต้องเลาะเอาของเก่าออกและยาแนวใหม่จะช่วยยืดอายุกระเบื้องได้ดี การซ่อมยาแนวใช้เวลาไม่นาน ราคาหลักร้อยและสามารถทำเองได้ แต่หากกระเบื้องเริ่มโก่งตัวหรือเดินแล้วได้ยินเสียงกลวงๆ เตรียมรื้อเปลี่ยนอย่างเดียว

7.สวน 
การดูแลรักษาสวนเป็นเรื่องที่ปล่อยไม่ได้นะคะ เพราะในสวนบ้านเป็นเสมือนปอดของเรา ดูแลเก็บใบไม้ ตัดหญ้า เก็บกิ่งไม้ให้เรียบร้อยสบายตาสบายใจ นอกจากจะได้สวนสวยแล้วยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย แถมยังป้องกันสัตว์ร้ายที่จะมาอยู่ในสวนรกๆ ของเรา

8.การกำจัดปลวก 
อย่ามองข้ามเจ้าสัตว์เหล่านี้ไป พยายามเช็คดูว่ามีส่วนไหนที่มีเจ้าปลวกมารุกรานบ้างหรือเปล่า ถ้ามีควรตามบริษัทกำจัดปลวกมาจัดการ

9.หลังคา 
หากบ้านมีต้นไม้ใหญ่ให้เฝ้าระวังทุกครั้งที่มีพายุใหญ่ ส่วนบ้านทั่วไป 5 ปีขึ้นไปดูสักทีก็ได้
หลังจากเช็คทุกส่วนของบ้าไปแล้ว อย่าลืมทำบันทึกไว้ว่าเราเช็คอะไรไปแล้วบ้าง ใส่วันที่ไปด้วย จะได้รู้ว่าคราวหน้าเราจะต้องกลับมาเช็คอีกครั้งเมื่อไร ปีใหม่แล้วเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ จกบ้านของเรากันดีกว่า

ที่มา : home.co.th

Posted in รวมบทความ.