ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

ข้อสังเกตโครงสร้างระบบไฟฟ้า สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
– สายไฟฟ้าเก่า หรือสายไฟหมดอายุการใช้งาน สังเกตได้จากฉนวนจะแตก หรือแห้งกรอบบวม ฉนวนสายไฟชำรุดอาจเกิดจากหนูหรือแมลงกัดแทะ หรือวางของ หนักทับ
– เดินสายไฟใกล้แหล่งความร้อน ถูกของมีคมบาด จุดต่อสายไฟจะต้องแน่น ผิวหน้าหรือสายเคลือบพีวีซีจะต้องไม่ฉีกขาด พันฉนวนให้เรียบร้อยตามขนาดของสายไฟฟ้า
– การเลือกใช้ขนาดของสายไฟฟ้าต้องมีความเหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ ไหลในสาย หรือให้เหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในวงจรหรือในองค์กรนั้นๆ
– สายไฟ ฟ้าต้องไม่เดินอยู่ใกล้แหล่งความร้อน สารเคมี หรือถูกของหนักทับ เพราะทำให้ฉนวน ชำรุดได้ง่าย และเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้ อีกทั้งสายไฟฟ้าที่ระโยงระยางจะต้องไม่พาดบนโครงเหล็ก รั้วเหล็ก-ราวเหล็ก หรือส่วนที่เป็นโลหะ มิฉะนั้นต้องเดินสายไฟฟ้า โดยใช้พุกประกบ หรือร้อยท่อให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วลงบนโครงโลหะ ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้ กรณีที่เกิดไฟรั่วหรือสายไฟชำรุด
– การเดินสายไฟฟ้าและการเฝ้าระวังสายไฟฟ้าชำรุด และองค์ประกอบ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะเต้ารับ เต้าเสียบ ปลั๊กไฟฟ้าต้องไม่แตกร้าว และไม่มีรอยไหม้ การต่อสายที่เต้ารับและเต้าเสียบต้องให้แน่น และใช้ขนาดสายให้ถูกต้องเมื่อเสียบสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เต้าเสียบนั้นเต้ารับต้องแน่น ติดตั้งในที่แห้ง ไม่เปียกชื้น หรือมีน้ำท่วม และควรติดให้พ้นมือเด็ก – แผงสวิตซ์ไฟฟ้า ต้องติดตั้งในที่แห้ง ไม่เปียกชื้นและสูงพอสมควร ห่างไกลจากสารเคมีและสารไวไฟต่างๆ
– ควรมีการตรวจสอบดูว่ามีมด แมลงเข้าไปทำรังอยู่หรือ ไม่ หากพบว่ามี ให้ดำเนินการกำจัด อย่าวางสิ่งกีดขวางบริเวณแผงสวิตซ์ ควรมีผังวงจรไฟฟ้าโดยสังเขปติดอยู่ที่แผงสวิตซ์ที่เป็นตู้โลหะควรทำการต่อสายลงดิน
– การใช้สวิตซ์ตัดตอนชนิดคัตเอาต์ ก็มีความจำเป็นอย่างมาก กรณีที่อาคาร สำนักงานมีการซ่อมไฟฟ้าในบางส่วนของพื้นที่ ตัวอาคาร หากอาคารสำนักงานมีคัต เอาต์ รวมเพียงตัวเดียวโดยไม่กระจายคัตเอาต์ย่อย
– การซ่อมแซมไฟฟ้าแต่ละจุดก็จะ ลำบาก เพราะต้องปิดระบบไฟฟ้าทั้งอาคาร ฉะนั้นการเลือกคัตเอาต์จะต้องเหมาะสมกับพื้นที่ตัวอาคารและปริมาณไฟฟ้า แต่ละจุดที่คัดเอาต์จะต้องเหมาะสมกับพื้นที่อาคาร และปริมาณไฟฟ้าแต่ละจุดที่คัตเอาต์ สามารถรองรับได้
– การเลือกซื้อคัตเอาต์ และฝาครอบจะต้องไม่แตก ลักษณะภายในจะ ต้องใส่ฟิวส์ให้ถูกขนาดและมีฝาครอบปิดให้มิดชิด ห้ามใช้วัสดุอื่นใส่แทนฟิวส์ ขั่วต่อ สายที่คัตเอาต์เมื่อสับใช้งานต้องแน่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูผน จะต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างระบบไฟฟ้าให้รัดกุมมากยิ่ง ขึ้นทั้งโครงสร้างของหลังคา พื้นผนัง หากมีจุดใดรั่วจะต้องรีบแก้ไขหรือซ่อมแซมให้เป็น ปกติมิฉะนั้นเมื่อฝนตก อาจมีน้ำซึมเข้ามาทำลายระบบต่างๆ ภายในอาคารสำนักงาน ได้เช่นกัน เพราะนอกเหนือจากกระบบโครงสร้างไฟฟ้าดังกล่าวข้างต้น ทั้งสายไฟ แผง สวิตซ์ไฟ คัตเอาต์แล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในอาคารสำนักงานก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะอาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย ยกตัวอย่าง เครื่องปรับอากาศ
– ในหน้าร้อนทุกคนต้องการใช้เครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อ เข้าฤดูฝนและหน้าหนาว เครื่องปรับอากาศมักจะไม่มีใครใช้งาน ซึ่งในการตรวจสอบ เครื่องปรับอากาศสามารถทำได้ง่าย เพราะเข้าไปจับต้องได้ว่า มีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่ โดยใช้ไขควงเซ็กไฟหากพบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วให้ดำเนินการซ่อมแซม โดยเฉพาะสาย ไฟฟ้าที่ใช้ต่อเข้าเครื่องปรับอากาศ ต้องใช้ขนาดที่ถูกต้องตามพิกัดการใช้งานของเครื่อง ปรับอากาศ จุดต่อสายและจุดเข้าปลายสายทุกจุด ต้องทำให้แน่นและปิดฝาครอบหรือ พันฉนวนให้เรียบร้อย เครื่องปรับอากาศต้องไม่ติดตั้งใกล้สารหรือวัตถุไวไฟ ขณะใช้งานเครื่องปรับอากาศมีเสียงดังมากผิดปกติ ควรให้ช่างตรวจสอบและแก้ไข และไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้เมื่อไม่มีใครอยู่ในอาคารสำนักงานแล้ว สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้หากไม่ใส่ใจการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าให้ถูกวิธี หรือไม่รีบแก้ไขเมื่อชำรุด เสียหาย อาจจะทำลายและเป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่านได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaihomemaster.com

สมบูรณ์แบบการอยู่อาศัยบนคอนโดมิเนียม ด้วยบริการแม่บ้านทำความสะอาด ช่างซ่อมประปา ไฟฟ้า ช่างซ่อมบำรุง
สะดวกสบายด้วย Condo Ok Application
Download Application ได้ที่ >> https://goo.gl/WAMkza

การดูแลรักษา สุขภัณฑ์ ในห้องน้ำ

การดูแลรักษาสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเราจำเป็นต้องใช้ต้องใช้สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำอยู่ทุกๆวัน

การดูแลรักษาทำความสะอาดสุขภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น โถส้วมอ่างล้างมือ และอุปกรณ์สุขภัณฑ์ต่างๆ ให้สะอาดถือเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อสุขอนามัยของทุกคนในครอบครัว เพราะสุขภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ จะเกิดปัญหาในการทำความสะอาดในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาส้วมอุดตัน-เต็มเร็ว,ปัญหาน้ำซึมขอบอ่างอาบน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วม
ขัง หรือปัญหารอยขีดข่วนบนพื้นผิวสุขภัณฑ์ซึ่งทำจาก PVC

อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ทำความสะอาดยาก ดังนั้นทางที่ดีที่สุดในการทำความสะอาด คือ การใช้อุปกรณ์อย่างถูกสุขลักษณะ เช่น ไม่เทน้ำสบู่หรือผงซักฟอกลงไปในสุขภัณฑ์ เพราะจะไปฆ่าแบคทีเรียซึ่งเป็นตัวทำลายสิ่งปฏิกูล ทำให้สิ่งปฏิกูลไม่สลายตัว และค้างจับแน่นอยู่ในโถสุขภัณฑ์ เกิดการอุดตัน ดังนั้น จึงควรหลีกเหลี่ยงการนำวัสดุดังกล่าวทิ้งลงไปในสุขภัณฑ์ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุขภัณฑ์เกิดการอุดตัน และทำความสะอาดยากนั้นคือ สารเคมีที่มีไขมันสูง น้ำมันพืช หรือเส้นผม ที่ทำให้สุขภัณฑ์โดยเฉพาะอ่างล้างหน้า อ่างล้างมือ เกิดการอุตตันสกปรกและทำความสะอาดยากเพราะไขมันเป็นตัวจับยึดสิ่งสกปรก ถ้าสุขภัณฑ์มีไขมันจับเกาะ การทำความสะอาดที่ดีที่สุด คือ หมุนคอห่านน้ำทิ้ง นำออกมา ล้างทุกๆ 1-3 เดือน

หากพบปัญหาน้ำซึมขอบอ่างอาบน้ำ วิธีที่จะแก้ปัญหาได้คือ ใช้ปูนซีเมนต์ขาวยารอบ แนวขอบอ่าง หรือใช้ยางซิลิโคนอุดรอบแนวขอบที่รั่วซึม เช่นเดียวกับปัญหารอยขีดข่วน ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวสุขภัณฑ์ที่ทำจากไฟเบอร์กลาสหรือที่เราเรียกว่า PVC ควรหลีกเลี่ยง การทำความสะอาดสุขภัณฑ์ประเภทนั้นๆ ด้วยแปรงลวดหรือใยลวด แล้วหันมาใช้ฟอง
น้ำทำความสะอาดแทน เพียงแค่นี้การทำความสะอาดสุขภัณฑ์ภายในบ้านก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว

สมบูรณ์แบบการอยู่อาศัยบนคอนโดมิเนียม ด้วยบริการแม่บ้านทำความสะอาด ช่างซ่อมประปา ไฟฟ้า ช่างซ่อมบำรุง
สะดวกสบายด้วย Condo Ok Application
Download Application ได้ที่ >> https://goo.gl/WAMkza

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยโฮมมาสเตอร์

กำจัดแมลงสาบ ให้ได้ผลมากที่สุด!!

แมลงสาบเป็นสัตว์ที่รบกวนการอยู่อาศัยของเราเป็นอันดับต้นๆ ทั้งกัดกินเสื้อผ้า หนังสือ และของใช้ต่างๆ พวกมันยังแพร่พันธุ์เร็วและน่าขยะแขยงอีกด้วย การกำจัดแมลงสาบหลายครั้งไม่ได้ผล แต่วันนี้เราจะนำเสนอหลากหลายวิธีให้นำไปปรับใช้เพื่อให้ได้ผลมากที่สุด แมลงสาบเป็นสัตว์ที่ชอบของกินที่มีรสหวาน กลิ่นหอมเย้ายวน เราจึงต้องนำจุดอ่อนข้อนี้มาเป็นตัวล่อให้พวกมันหลงกลและติดกับดักของเรานั่นเอง โดยมีวิธีดังนี้

ของหวานแสนเย้ายวน
ให้นำถาดที่มีขอบค่อนข้างชันทาด้วยน้ำมันพืช จากนั้นให้นำของที่มีรสหวานเช่น น้ำโอวันตีน น้ำไมโล น้ำบาบิคิว เป็นต้น ยิ่งเป็นของที่มีรสหวานและมีกลิ่นหอมด้วยจะยิ่งช่วยดึงดูดพวกมัน
นำไปวางไว้บริเวณที่พวกมันใช้เป็นประจำ หรือถ้าไม่รู้ให้วางไว้ในที่ที่คิดว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกมัน จาดนั้นทิ้งไว้หนึ่งคืนจะมีเจ้าแมลงสาบติดกับมากมาย วิธีนี้หลายคนลองแล้วได้ผลอย่างมาก เรียกว่ามากันเป็นกองร้อยเลย

ผงกำจัดแมลงสาบ
ปัจจุบันมีสิ่งที่ช่วยกำจัดแมลงสาบแบบสำเร็จรูปมากมาย หนึ่งในนั้นคือผงกำจัดแมลงสาบ เพียงนำมาผสมกับน้ำตาลเล็กน้อยก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้เจ้าแมลงสาบตัวน้อยๆ มาติดกับ ให้นำผงที่ผสมกับน้ำตาลแล้วไปโรยรอบๆ บริเวณที่พวกมันอยู่ เช่นในตู้ ลิ้นชัก ถังขยะ เป็นต้น ให้ทำเป็นประจำ ไม่เกินสองอาทิตย์รับรองหายเกลี้ยง

กำจัดด้วยวิธีธรรมชาติ
ธรรมชาติเป็นตัวช่วยอย่างดี ในที่นี้เราจะใช้เม็ดพริกไทยเป็นตัวช่วย อาจนำใส่ถุงผ้าแบบบางหรือบรรจุลงในถาดเล็กๆ ไปวางตามจุดที่คิดว่าจะเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกมัน กลิ่นฉุนของเม็ดพริกไทยจะไปทำให้พวกมันไม่กล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีก กันไว้ดีกว่าแก้

หลายบ้านยังไม่เคยพบเจอเจ้าแมลงสาบ แต่อย่าควรละเลยเพราะเมื่อคุณพลาดพวกมันพร้อมเข้าจู่โจมได้ทุกเมื่อ วิธีการป้องกันคือวิธีที่ดีที่สุด
1. กำจัดสิ่งสกปรก พวกมันมักจะชอบเศษอาหารและขยะต่างๆ ควรมีการกำจัดอย่างถูกต้อง มิดชิด และทำเป็นประจำ
2. รอยรั่ว รอยต่างๆ เหล่านี้คือประตูสู่บ้านคุณ พวกมันจะเข้ามาในบริเวณที่มีรอยรั่วต่างๆ โดยเฉพาะในห้องครัว
3. ลูกเหม็น จะคอยช่วยปล่อยกลิ่นรบกวนพวกมัน ให้นำไปวางตามจุดอับต่างๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้พวกมันมาทำรังได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : 3M

บริการแม่บ้าน

กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์

กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ภายในบ้าน คือตัวการทำให้วันพักผ่อนแสนสบายกลายสภาพเป็นความอึดอัดขึ้นมาในบัดดล ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอับจากเสื้อผ้า เครื่องนอน กลิ่นที่โชยมาจากท่อน้ำทิ้งต่างๆ ก็ล้วนเป็นต้นเหตุที่ทำให้บ้านหมดเสน่ห์ได้อย่างง่ายๆ แม้จะตกแต่งบ้านมาอย่างดี แต่อาจต้องมาตายรังกับสภาพของอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ ดังนั้นลองมาหาจุดอันเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็น แล้วกำจัดมันให้ถูกวิธี เพื่อให้บ้านกลับมาเป็นสถานที่ของความผ่อนคลายกันอีกครั้งจะดีกว่าค่ะ

มองหาต้นตอของกลิ่นกันก่อน
ต้องหาแหล่งที่มาก่อนว่ากลิ่นนั้นๆ มาจากภายในบ้านของตัวเองโดยตรงหรือมันโชยมาจากนอกบ้าน สังเกตง่ายๆ ว่าหากเราปิดประตูหน้าต่างแล้ว กลิ่นที่เกิดขึ้นยังไม่หายไป แสดงว่ามันเป็นกลิ่นที่เกิดขึ้นภายในบ้าน และต้องหาตำแหน่งของการเกิดให้ได้ก่อนลงมือกำจัด สิ่งสำคัญ หากอยากแก้ไขปัญหาแบบระยะยาว ให้หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์ดับกลิ่น และหาสาเหตุแล้วไปกำจัดมันที่ต้นตอจะดีกว่า

ลองสังเกตจากต้นตอที่ควรจะเป็น
หากการหาต้นตอของกลิ่นที่เกิดขึ้นทำได้ยาก ลองเล็งไปที่จุดที่คิดว่ามันน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด ไม่ว่าจะเป็นจากถังขยะภายในและภายนอกบ้าน ท่อน้ำทิ้ง โถส้วม รองเท้า ตะกร้าใส่ผ้าใส่แล้ว ตู้เสื้อผ้า หรือตู้เก็บของที่มักจะมีกลิ่นอับชื้นเกิดขึ้นได้ง่าย รวมไปถึงตู้เย็นที่มักถูกยัดอยู่ด้วยของสดและอาหารที่มีกลิ่นอบอวล ก็ลวนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ทั้งสิ้น หากยังไม่พบต้นตอที่แท้จริง ให้ลองลงมือทำความสะอาดจุดต่างๆ ดังที่กล่าวไปข้างต้นก่อน จากนั้นจึงตามมาด้วยการเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเข้ามาได้สะดวก ปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามาภายในบ้านเพื่อฆ่าเชื้อโรคบ้างเป็นครั้งคราว นำผ้าปูที่นอน หมอน และผ้าคลุมเตียงไปซักทำความสะอาดและตากแดดเพื่อกำจัดกลิ่นอับ

เชื่อว่าถ้าทำตามแล้วล่ะก็กลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นจะจางลงและทำให้บ้านดูสดชื่น มีอากาศบริสุทธิ์ถ่ายเทเข้ามาให้เราได้สูดกันอย่างเต็มปอดอีกครั้ง แถมยังช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้านกลับมาน่าอยู่ได้ดังเดิมอีกด้วยค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

 

วิธีกำจัดคราบมันในห้องครัวง่ายๆ

1. น้ำส้มสายชู = สำหรับคราบน้ำมันที่ค้างมานาน จนเกาะแน่นฝังลึกบนพื้นผิว ให้ผสมน้ำ 2 ส่วน ต่อน้ำส้มสายชู 1 ส่วน เข้าด้วยกัน จากนั้นนำผ้าไปชุบ แล้วเช็ดบริเวณที่มีเป็นคราบ กรดอ่อน ๆ ในน้ำส้มสายชูก็จะช่วยกัดความสกปรกออกไป เสร็จแล้วก็ใช้ผ้าชุดน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งหรือล้างกับน้ำยาล้างจานเพื่อกำจัดกลิ่น เพียงเท่านั้นก็จะทำให้ห้องครัวกลับมาสะอาดเอี่ยมและน่าใช้แล้ว

2. น้ำร้อน = วิธีล้างคราบมันตามจุดต่างๆ ในห้องครัวหรือวิธีล้างคราบน้ำมันติดครื่องดูดควันที่ง่ายที่สุด ขอยกให้น้ำร้อนเลยค่ะ เพราะแค่ใช้ผ้าชุบน้ำร้อนบิดหมาด ๆ แล้วเอาไปเช็ดบริเวณที่มีรอยน้ำมันเกาะ คราบก็จะค่อย ๆ จางหายไปภายอย่างรวดเร็ว แต่ว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับล้างคราบน้ำมันที่เกิดขึ้นไม่นานมาก เพราะคราบจะยังไม่ฝังตัวลึก อยู่ในจุดที่น้ำร้อนยังสามารถทำความสะอาดได้ แถมยังไม่ทำให้พื้นผิวลื่นด้วย

3. เกลือ = วิธีใช้เกลือขจัดคราบน้ำมันติดผนัง แค่โรยเกลือลงไปบนคราบน้ำมัน แล้วรอให้เกลือดูดคราบน้ำมันขึ้นมา จากนั้นฉีดสารละลายบอแรกซ์หรือน้ำสัมสายชูลงไปเล็กน้อย แล้วทำความสะอาดด้วยการใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำเช็ดส่วนผสมออกให้หมดก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

4. ผงซักฟอก = การใช้ผงซักฟอก เพราะผงซักฟอกสามารถล้างคราบน้ำมันได้ทั้งบริเวณพื้น เตา เครื่องดูดควัน และเครื่องครัวต่าง ๆ โดยนำผงซักฟอกไปผสมกับน้ำอุ่น แล้วหยิบผ้ามาชุบ ก่อนจะนำไปเช็ดคราบต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คราบน้ำมันหลุดออกอย่างง่ายดาย เนื่องจากผงซักฟอกมีคุณสมบัติกำจัดสิ่งสกปรกอยู่แล้ว แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย

5. เบกกิ้งโซดา = การขจัดคราบมันในครัวก็เริ่มจากการผสมน้ำกับเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน แล้วนำฟองน้ำมาจุ่ม จากนั้นก็เช็ดให้ทั่งบริเวณที่มีคราบ และทำซ้ำตามขั้นตอนจนกระทั่งคราบมันหมดไป และถ้าใครมีเบกกิ้งโซดาเหลือ จะนำไปใช้กำจัดคราบอื่น ๆ ในบ้านต่อก็ได้

6. มะนาว = เทน้ำมะนาวผสมลงไปกับเบกกิ้งโซดา ราดลงไปตรงบริเวณที่มีคราบ แล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าขัดคราบน้ำมันออกมา แต่ถ้าหากบ้านไหนไม่ได้ใช้เบกกิ้งโซดาเป็นประจำ จะใช้แค่มะนาวอย่างเดียวก็ได้ โดยฝานมะนาวเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วก็นำไปถูบริเวณที่เป็นคราบ ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเพื่อล้างพื้นผิวให้สะอาด

7. น้ำมันพืช = เมื่อต้นเหตุคราบเกิดจากน้ำมัน ก็ใช้น้ำมันนี่แหละกำจัดกันเองซะเลย แถมยังเป็นของที่ต้องมีติดครัวอยู่แล้วด้วย แต่น้ำมันที่จะนำมาใช้ทำความสะอาดควรเป็นน้ำมันจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันพืชเท่านั้นนะคะ ซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ แค่เทน้ำมันดังกล่างลงไปบนกระดาษทิชชูเล็กน้อย แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ บริเวณฝาผนังหรือเครื่องครัว คราบน้ำมันที่ทั้งข้นและเหนียวก็จะค่อย ๆ หลุดออกไป

8. ทรายแมว = เหมาะกับการขจัดคราบมันบนพื้นกระเบื้องมากๆ เพราะไม่ทำลายพื้นผิวอย่างแน่นอน โดยเริ่มจากใช้ผ้าซับคราบน้ำมันให้ได้มากที่สุด แล้วโรยทรายแมวลงไปแล้วเกลี่ยให้ทั่วบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน แล้วค่อยกวาดทรายออกให้หมด แค่นี้ก็ช่วยคราบนบนพื้นครัวก็หายไปแล้ว
.

.
ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook.com

ทำความสะอาดพรม

CONDO OK วิธีทำความสะอาดพรมมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ  ถ้าจะแค่ทำความสะอาดฝุ่นบนพรม ก็สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกได้เลยค่ะ
แต่ถ้าพรมมีคราบสกปรกให้ใช้แป้งข้าวโพดโรยบนรอยเปื้อนทิ้งไว้ 10 นาที
จากนั้นใช้น้ำยาล้างจานหนึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น
และใช้น้ำส้มสายชูหนึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่นเช่นกัน 
แล้วก็ใช้ผ้าขาวชุบน้ำส้มสายชู และและน้ำยาล้างจาน ชุปให้เปี๊ยกๆ
แล้ววางไว้ ใช้แปรงหรือฟองน้ำ ขัด ถู จนกระทั่งของเหลวทั้งหมดค่อยๆ แห้ง
สุดท้ายใช้ฟองน้ำเช็ดออก ลอยคราบที่พรมก็จะหายไป
.

.
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : mthai.com

5 วิธีป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ

1.หลังอาบน้ำให้เช็ดน้ำออกจากผนังห้องอาบน้ำ จะช่วยลดความชื้นในห้องน้ำได้ประมาณ 3 ใน 4 เพื่อป้องกันการเติบโตของเชื้อรา

2.เปิดพัดลมระบายอากาศในระหว่างที่อาบน้ำ และเปิดต่อเนื่องประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อระบายความชื้นออกไป อาจจะใช้วิธีตั้งไทม์เมอร์เพื่อให้ปิดอัตโนมัติก็ได้

3.หากถึงเวลาที่ต้องยาแนวใหม่ ให้เลือกยาแนวที่มีมาตรฐาน และเป็นแบบกันน้ำ

4.ในการขจัดเชื้อราที่มีอยู่ ให้ขัดด้วยผงซักฟอกและน้ำ จากนั้นก็ปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิท อาจจะใช้น้ำยาฟอกขาวประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ผสมน้ำ 90 เปอร์เซ็นต์ในการกำจัดเชื้อรา การใช้น้ำยาฟอกขาวในความเข้มข้นที่มากกว่านี้ก็ไม่ได้ให้ผลดีแตกต่างกัน เมื่อผสมน้ำยาแล้วให้นำใส่ขวดสเปรย์ ฉีดบริเวณที่มีเชื้อราและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีก่อนล้างออกและปล่อยให้แห้ง

5.ในกรณีที่พัดลมไม่สามารถระบายความชื้นได้หลังจากเปิดไปแล้วประมาณ 5 ถึง 10 นาที นั้นอาจจะหมายถึงว่า พัดลมที่เราใช้ ไม่สามารถหมุนเวียนอากาศได้ ให้เปลี่ยนไปใช้พัดลมที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

การดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำ ให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ

หลายๆ คนอาจคิดว่าการดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำเป็นเรื่องที่เหนื่อยเเละเสียเวลา เพราะห้องน้ำเป็นสถานที่ที่ใช้เป็นประจำทุกวันจึงสกปรกเเละมีคราบต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่าย เเต่หากคุณทราบวิธีการทำความสะอาดห้องน้ำที่ถูกวิธีเเล้ว คุณจะทราบว่าการทำความสะอาดห้องน้ำให้สะอาดทุกซอกทุกมุมนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เเละทำให้คุณเสียเวลามากอีกต่อไป เราได้รวบรวมเคล็ดลับการทำความสะอาดห้องน้ำให้ดูเหมือนใหม่ พร้อมวิธีการขจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ไว้ทางด้านล่างนี้

5 เคล็ดลับง่ายๆ ในการดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำ
ก่อนการทำความสะอาดห้องน้ำทุกครั้ง คุณควรสังเกตุดูก่อนว่าห้องน้ำของคุณมีเศษฝุ่นผง หรือเส้นผมสะสมอยู่บนพื้นห้องน้ำหรือไม่ เเละคุณควรปัดกวาดสิ่งสกปรกต่างๆ เหล่านี้ออกจากห้องน้ำก่อน หรือหากมีสัตว์ที่ไม่รับเชิญในห้องน้ำอย่าง จิ้งจก แมลง หรือมด ซึ่งคุณควรหาวิธีกำจัดจิ้งจกเเละสัตว์เหล่านี้ออกไปเสียก่อน เพราะนอกจากสัตว์พวกนี้จะทำให้ห้องน้ำดูสกปรกขึ้นเเล้ว สัตว์เหล่านี้ยังเป็นอุปสรรคต่อการทำความสะอาดห้องน้ำของคุณอีกด้วย

วิธีทำความสะอาดกระเบื้องห้องน้ำ

กระเบื้องเเละยาเเนวกระเบื้องห้องน้ำนั้นมักมีคราบราดำและคราบหินปูนเกาะอยู่เป็นประจำเนื่องจากความชื้นเเละคราบสบู่หรือเเชมพูเกาะสะสมอยู่ หากคุณปล่อยคราบเหล่านี้ไว้นานอาจทำให้การทำความสะอาดนั้นยากขึ้นเรื่อยๆ เคล็ดลับในการทำความสะอาดกระเบื้องเเละยาเเนวกระเบื้องห้องน้ำที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้บลีชฉีดหรือราดลงบนคราบ จากนั้นให้ใช้กระดาษทิชชู่อุดไว้ตามปูนยาเเนวกระเบื้องที่ฉีดหรือราดบลีชไว้ จากนั้นทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง หากเป็นคราบฝังเเน่นมากเเละคุณไม่มีเวลารอให้คราบหลุด คุณสามารถอุดกระดาษทิชชู่ทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อเก็บกระดาษทิชชู่ออกจนหมด คุณจะเห็นว่าคราบต่างๆ ที่เกาะอยู่นั้นได้หลุดออกไปอย่างไม่ต้องเปลืองเเรงขัด จากนั้นคุณสามารถเช็ดหรือขัดผนังกระเบื้องด้วยน้ำยาทำความสะอาดตามปกติ

วิธีทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์

ก๊อกน้ำเเละฝักบัวนั้นส่วนมากทำมาจากสแตนเลสหรือทองเหลืองซึ่งมักมีคราบน้ำเเละคราบหินปูนเกาะติดอยู่เสมอ วิธีการทำความสะอาดคราบเหล่านี้ที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชูชุบผ้าไมโครไฟเบอร์เเล้วเช็ดทำความสะอาด หรือคุณสามารถใช้น้ำยาล้างจานและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสแตนเลสทั่วไปในการขัดถูทำความสะอาดเพื่อให้สแตนเลสเเละทองเหลืองกลับมาสะอาดเเวววาวเหมือนใหม่อีกครั้ง เเต่อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรใช้บลีชทำความสะอาดพื้นผิวเหล่านี้เพราะอาจทำความเกิดความเสียหายเเละทำให้พื้นผิวเหล่านี้หมองลงได้

การทำความสะอาดโถส้วม

โถส้วมนั้นมักมีคราบฝังเเน่นกว่าจุดอื่นๆ เเละเกิดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ได้ง่าย การทำความสะอาดโถส้วมจึงอาจยากกว่าจุดอื่นๆ เเต่เรามีวิธีการทำความสะอาดโถส้วมที่ไม่เปลืองเเรง โดยคุณสามารถโรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่วบริเวณด้านในของโถส้วม และทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที จากนั้นใช้เเปรงขัดโถส้วมค่อยๆ ขจัดคราบออก เพียงเท่านี้คราบดำต่างๆ ก็สามารถหลุดออกได้ง่ายดาย ในกรณีที่คุณไม่มีเบกกิ้งโซดา คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชูหรือบลีชเเทนก็ได้เช่นกัน เเละเพื่อกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เกาะอยู่บนโถส้วม คุณสามารถฉีดน้ำยาทำความสะอาดสำหรับฆ่าเชื้อโรคหลังการทำความสะอาด ส่วนด้านนอกของโถส้วมคุณสามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดฉีดให้รอบบริเวณเเล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดสิ่งสกปรกออก

การทำความสะอาดกระจกห้องน้ำและห้องอาบน้ำหรือฉากกั้นอาบน้ำ
กระจกในห้องอาบน้ำ เเละฉากกั้นอาบน้ำมักมีคราบน้ำ ยาสีฟัน สบู่ เเละเเชมพูเกาะติดอยู่เสมอ การทำความสะอาดคราบต่างๆ เหล่านี้บนกระจกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก วิธีทำความสะอาดกระจกที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาล้างจานผสมน้ำ หรือน้ำสมสายชูผสมน้ำสบู่เล้วทำความสะอาดด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ การใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำหรือน้ำส้มสายชูผสมน้ำสบู่นอกจากจะช่วยขจัดคราบออกได้อย่างง่ายดายเเละไม่ต้องเปลืองเเรงถูเเล้ว ยังช่วยให้กระจกใส เงางามเหมือนใหม่ได้อีกด้วย

การทำความสะอาดอ่างอาบน้ำ

อ่างอาบน้ำอาจต้องใช้เวลามากพอสมควรในการทำความสะอาดเพราะขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ แต่คุณไม่ต้องเสียเวลาในการขัดอ่างให้ทั่วบริเวณอีกต่อไป เพียงคุณใช้ผงซักฟอกผสมกับเบกกิ้งโซดาเเละน้ำ ราดให้ทั่วบริเวณอ่าง จากนั้นทิ้งไว้ 10-20 นาทีเเล้วใช้ฝักบัวฉีดล้างอ่างให้สะอาด เพียงเท่านี้คราบสกปรกก็จะหลุดออกได้อย่าง่ายดาย ช่วยให้อ่างอาบน้ำของคุณเเลดูใหม่ขึ้นทันตาโดยไม่ต้องเปลืองเเรงขัดให้เสียเวลา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : baania.com

เสกกระจกใส ด้วยของในบ้าน

คุณเคยเจอปัญหานี้ไหม? กระจกในห้องน้ำเป็นคราบ ยิ่งปล่อยไว้นานคราบเหล่านั้นเกาะแน่นยากแก่การขัด แม่บ้านหลายคนมักประสบกับปัญหาเหล่านี้ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะ เรากำลังจะแนะนำวิธีจัดการกับคราบที่ติดกระจกด้วยของใกล้ตัว จะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามกันเลยครับ

ในปัจจุบันการออกแบบตกแต่งบ้านมักจะมีการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งห้องน้ำ จากห้องโล่งที่มีเพียงฝักบัว อ่างล้างหน้า และเครื่องสุขภัณฑ์ ได้มีการออกแบบโดยนำวัสดุต่างๆ เข้าไปเพิ่ม เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้น อย่างเช่น กระจกกั้นห้องสำหรับแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งให้แยกออกจากกัน

แต่สิ่งที่ตามมาคือ บริเวณบานกระจกนั้นมักจะเกิดคราบตะกรันหินปูนตามส่วนต่างๆ ซึ่งมาจากการใช้สบู่และยาสระผม ทำให้กลายเป็นจุดสะสมสิ่งสกปรก ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ Baania และ บุญถาวร จึงขอแนะนำวิธีการง่ายๆ ในการขจัดคราบที่ไม่น่ามองนั้นด้วยของใกล้ตัวที่หาได้ในบ้านอย่าง น้ำยาล้างจานและน้ำส้มสายชู

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

STEP BY STEP

1.ขั้นตอนแรกให้นำน้ำยาล้างจานผสมกับน้ำสะอาด เพื่อลดความเหนียวของน้ำยาล้างจานลง ซึ่งจะทำให้ฉีดเป็นฝอยละอองได้ง่ายขึ้น จากนั้นเติมน้ำส้มสายชูลงไป ประมาณ 1 ต่อ 3 และนำไปกรอกลงในขวดสเปรย์
2.ต่อมาให้นำน้ำอุ่นมาเทราดตามรอยคราบที่กระจก ทิ้งไว้สักครู่ แล้วนำน้ำยาที่เตรียมไว้มาฉีดพ่นให้ทั่วกระจก อาจจะฉีดเพิ่มมากขึ้นในจุดที่คราบสกปรกเกาะหนา แล้วใช้ฟองน้ำค่อยๆ ขัดถูคราบเหล่านั้น
3.เมื่อคราบไม่พึงประสงค์หลุดล่อนออกหมดแล้วให้ล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ด ด้วยผ้าหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ คุณก็จะได้กระจกใหม่เอี่ยมใสแจ๋วราวกับเพิ่งซื้อมาเมื่อวาน
ของใช้ในบ้านแต่ละอย่างมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกัน หากคุณแม่บ้านศึกษาข้อมูลและประยุกต์ใช้สิ่งของใกล้ตัวก็สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ อย่างวิธีการทำความสะอาดกระจกในห้องน้ำที่แนะนำไปข้างต้น แล้วอย่าลืมทำความสะอาดกระจกให้เงาวับ

 

ที่มาบทความ : นิตยสาร IDEAS VOL.01 by บุญถาวร  หน้า 26 จากนิตยสาร IDEAS VOLUME 01 OCTOBER 2016 / baania.com

วิธีทำความสะอาดชักโครก

คราบสกปรกในห้องน้ำ สิ่งกวนใจของเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านรักความสะอาด ด้วยห้องน้ำเป็นห้องที่มีปัจจัยทำให้เกิดคราบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความชื้นภายในห้อง คราบสบู่ แชมพู ครีมนวดผม อาจจะทำให้เกิดคราบที่ไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำ

1. เคลื่อนย้ายของที่วางบนถังพักน้ำชักโครกออก หาตะกร้าพลาสติกมารวบรวมของที่วางบนถังพักน้ำชักโครกออกไป เพื่อให้ทำความสะอาดชักโครกได้ง่าย และยังป้องกันของเหล่านั้นตกหล่นเวลาทำความสะอาดด้วย

2. ฉีดน้ำยาทำความสะอาดให้ทั่วด้านในโถชักโครก โดยฉีดให้ใกล้ ๆ กับขอบโถที่สุด เพื่อให้น้ำยาค่อย ๆ ไหลลงในโถชักโครก และช่วยให้น้ำยาไม่เจือจางเร็วเกินไปด้วย จากนั้นปิดฝาชักโครกไว้ เพื่อไปทำความสะอาดบริเวณอื่นก่อน

3. เริ่มทำความสะอาดรอบ ๆ ตัวชักโครก โดยเริ่มจากขัดตัวถังพักน้ำให้ทั่วทุกซอกมุม จากนั้นทำความสะอาดตัวชักโครกด้านข้าง ด้านหน้า ฝาของชักโครก ก่อนจะทำความสะอาดบริเวณฐานที่ใกล้กับพื้นที่สุด

4. ทำความสะอาดที่รองนั่ง ขัดทำความสะอาดที่รองนั่งโดยให้เน้นบริเวณข้างใต้เป็นพิเศษ เพราะเป็นที่สะสมคราบและเชื้อโรคที่เรามักจะละเลย อีกจุดที่สำคัญคือบริเวณตัวพับยกขึ้น-ลงของที่รองนั่ง ให้ใช้แปรงขัดคราบต่าง ๆ ที่ติดอยู่จนกว่าจะหมดไป

5. กำจัดคราบในโถชักโครก หลังจากทำความสะอาดตัวชักโครกจนทั่วแล้ว ก็ถึงเวลาทำความสะอาดโถชักโครก ด้วยการขัดบริเวณข้างใต้ขอบโถก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นขัดในตัวโถ และปิดท้ายด้วยบริเวณคอห่าน ก่อนจะใช้น้ำเปล่าล้างตัวชักโครกให้ทั่ว แล้วกดน้ำในโถเป็นอันดับสุดท้าย

6. ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ด้วยการฉีดน้ำไล่น้ำยาทำความสะอาดและคราบสกปรกให้ลงท่อไป จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดให้ทั่วหรือปล่อยห้องน้ำให้แห้งเองก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook