กำจัดแมลงสาบ ให้ได้ผลมากที่สุด!!

แมลงสาบเป็นสัตว์ที่รบกวนการอยู่อาศัยของเราเป็นอันดับต้นๆ ทั้งกัดกินเสื้อผ้า หนังสือ และของใช้ต่างๆ พวกมันยังแพร่พันธุ์เร็วและน่าขยะแขยงอีกด้วย การกำจัดแมลงสาบหลายครั้งไม่ได้ผล แต่วันนี้เราจะนำเสนอหลากหลายวิธีให้นำไปปรับใช้เพื่อให้ได้ผลมากที่สุด แมลงสาบเป็นสัตว์ที่ชอบของกินที่มีรสหวาน กลิ่นหอมเย้ายวน เราจึงต้องนำจุดอ่อนข้อนี้มาเป็นตัวล่อให้พวกมันหลงกลและติดกับดักของเรานั่นเอง โดยมีวิธีดังนี้

ของหวานแสนเย้ายวน
ให้นำถาดที่มีขอบค่อนข้างชันทาด้วยน้ำมันพืช จากนั้นให้นำของที่มีรสหวานเช่น น้ำโอวันตีน น้ำไมโล น้ำบาบิคิว เป็นต้น ยิ่งเป็นของที่มีรสหวานและมีกลิ่นหอมด้วยจะยิ่งช่วยดึงดูดพวกมัน
นำไปวางไว้บริเวณที่พวกมันใช้เป็นประจำ หรือถ้าไม่รู้ให้วางไว้ในที่ที่คิดว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกมัน จาดนั้นทิ้งไว้หนึ่งคืนจะมีเจ้าแมลงสาบติดกับมากมาย วิธีนี้หลายคนลองแล้วได้ผลอย่างมาก เรียกว่ามากันเป็นกองร้อยเลย

ผงกำจัดแมลงสาบ
ปัจจุบันมีสิ่งที่ช่วยกำจัดแมลงสาบแบบสำเร็จรูปมากมาย หนึ่งในนั้นคือผงกำจัดแมลงสาบ เพียงนำมาผสมกับน้ำตาลเล็กน้อยก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้เจ้าแมลงสาบตัวน้อยๆ มาติดกับ ให้นำผงที่ผสมกับน้ำตาลแล้วไปโรยรอบๆ บริเวณที่พวกมันอยู่ เช่นในตู้ ลิ้นชัก ถังขยะ เป็นต้น ให้ทำเป็นประจำ ไม่เกินสองอาทิตย์รับรองหายเกลี้ยง

กำจัดด้วยวิธีธรรมชาติ
ธรรมชาติเป็นตัวช่วยอย่างดี ในที่นี้เราจะใช้เม็ดพริกไทยเป็นตัวช่วย อาจนำใส่ถุงผ้าแบบบางหรือบรรจุลงในถาดเล็กๆ ไปวางตามจุดที่คิดว่าจะเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกมัน กลิ่นฉุนของเม็ดพริกไทยจะไปทำให้พวกมันไม่กล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีก กันไว้ดีกว่าแก้

หลายบ้านยังไม่เคยพบเจอเจ้าแมลงสาบ แต่อย่าควรละเลยเพราะเมื่อคุณพลาดพวกมันพร้อมเข้าจู่โจมได้ทุกเมื่อ วิธีการป้องกันคือวิธีที่ดีที่สุด
1. กำจัดสิ่งสกปรก พวกมันมักจะชอบเศษอาหารและขยะต่างๆ ควรมีการกำจัดอย่างถูกต้อง มิดชิด และทำเป็นประจำ
2. รอยรั่ว รอยต่างๆ เหล่านี้คือประตูสู่บ้านคุณ พวกมันจะเข้ามาในบริเวณที่มีรอยรั่วต่างๆ โดยเฉพาะในห้องครัว
3. ลูกเหม็น จะคอยช่วยปล่อยกลิ่นรบกวนพวกมัน ให้นำไปวางตามจุดอับต่างๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้พวกมันมาทำรังได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : 3M

บริการแม่บ้าน

กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์

กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ภายในบ้าน คือตัวการทำให้วันพักผ่อนแสนสบายกลายสภาพเป็นความอึดอัดขึ้นมาในบัดดล ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอับจากเสื้อผ้า เครื่องนอน กลิ่นที่โชยมาจากท่อน้ำทิ้งต่างๆ ก็ล้วนเป็นต้นเหตุที่ทำให้บ้านหมดเสน่ห์ได้อย่างง่ายๆ แม้จะตกแต่งบ้านมาอย่างดี แต่อาจต้องมาตายรังกับสภาพของอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ ดังนั้นลองมาหาจุดอันเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็น แล้วกำจัดมันให้ถูกวิธี เพื่อให้บ้านกลับมาเป็นสถานที่ของความผ่อนคลายกันอีกครั้งจะดีกว่าค่ะ

มองหาต้นตอของกลิ่นกันก่อน
ต้องหาแหล่งที่มาก่อนว่ากลิ่นนั้นๆ มาจากภายในบ้านของตัวเองโดยตรงหรือมันโชยมาจากนอกบ้าน สังเกตง่ายๆ ว่าหากเราปิดประตูหน้าต่างแล้ว กลิ่นที่เกิดขึ้นยังไม่หายไป แสดงว่ามันเป็นกลิ่นที่เกิดขึ้นภายในบ้าน และต้องหาตำแหน่งของการเกิดให้ได้ก่อนลงมือกำจัด สิ่งสำคัญ หากอยากแก้ไขปัญหาแบบระยะยาว ให้หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์ดับกลิ่น และหาสาเหตุแล้วไปกำจัดมันที่ต้นตอจะดีกว่า

ลองสังเกตจากต้นตอที่ควรจะเป็น
หากการหาต้นตอของกลิ่นที่เกิดขึ้นทำได้ยาก ลองเล็งไปที่จุดที่คิดว่ามันน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด ไม่ว่าจะเป็นจากถังขยะภายในและภายนอกบ้าน ท่อน้ำทิ้ง โถส้วม รองเท้า ตะกร้าใส่ผ้าใส่แล้ว ตู้เสื้อผ้า หรือตู้เก็บของที่มักจะมีกลิ่นอับชื้นเกิดขึ้นได้ง่าย รวมไปถึงตู้เย็นที่มักถูกยัดอยู่ด้วยของสดและอาหารที่มีกลิ่นอบอวล ก็ลวนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ทั้งสิ้น หากยังไม่พบต้นตอที่แท้จริง ให้ลองลงมือทำความสะอาดจุดต่างๆ ดังที่กล่าวไปข้างต้นก่อน จากนั้นจึงตามมาด้วยการเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเข้ามาได้สะดวก ปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามาภายในบ้านเพื่อฆ่าเชื้อโรคบ้างเป็นครั้งคราว นำผ้าปูที่นอน หมอน และผ้าคลุมเตียงไปซักทำความสะอาดและตากแดดเพื่อกำจัดกลิ่นอับ

เชื่อว่าถ้าทำตามแล้วล่ะก็กลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นจะจางลงและทำให้บ้านดูสดชื่น มีอากาศบริสุทธิ์ถ่ายเทเข้ามาให้เราได้สูดกันอย่างเต็มปอดอีกครั้ง แถมยังช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้บ้านกลับมาน่าอยู่ได้ดังเดิมอีกด้วยค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

 

วิธีกำจัดคราบมันในห้องครัวง่ายๆ

1. น้ำส้มสายชู = สำหรับคราบน้ำมันที่ค้างมานาน จนเกาะแน่นฝังลึกบนพื้นผิว ให้ผสมน้ำ 2 ส่วน ต่อน้ำส้มสายชู 1 ส่วน เข้าด้วยกัน จากนั้นนำผ้าไปชุบ แล้วเช็ดบริเวณที่มีเป็นคราบ กรดอ่อน ๆ ในน้ำส้มสายชูก็จะช่วยกัดความสกปรกออกไป เสร็จแล้วก็ใช้ผ้าชุดน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งหรือล้างกับน้ำยาล้างจานเพื่อกำจัดกลิ่น เพียงเท่านั้นก็จะทำให้ห้องครัวกลับมาสะอาดเอี่ยมและน่าใช้แล้ว

2. น้ำร้อน = วิธีล้างคราบมันตามจุดต่างๆ ในห้องครัวหรือวิธีล้างคราบน้ำมันติดครื่องดูดควันที่ง่ายที่สุด ขอยกให้น้ำร้อนเลยค่ะ เพราะแค่ใช้ผ้าชุบน้ำร้อนบิดหมาด ๆ แล้วเอาไปเช็ดบริเวณที่มีรอยน้ำมันเกาะ คราบก็จะค่อย ๆ จางหายไปภายอย่างรวดเร็ว แต่ว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับล้างคราบน้ำมันที่เกิดขึ้นไม่นานมาก เพราะคราบจะยังไม่ฝังตัวลึก อยู่ในจุดที่น้ำร้อนยังสามารถทำความสะอาดได้ แถมยังไม่ทำให้พื้นผิวลื่นด้วย

3. เกลือ = วิธีใช้เกลือขจัดคราบน้ำมันติดผนัง แค่โรยเกลือลงไปบนคราบน้ำมัน แล้วรอให้เกลือดูดคราบน้ำมันขึ้นมา จากนั้นฉีดสารละลายบอแรกซ์หรือน้ำสัมสายชูลงไปเล็กน้อย แล้วทำความสะอาดด้วยการใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำเช็ดส่วนผสมออกให้หมดก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

4. ผงซักฟอก = การใช้ผงซักฟอก เพราะผงซักฟอกสามารถล้างคราบน้ำมันได้ทั้งบริเวณพื้น เตา เครื่องดูดควัน และเครื่องครัวต่าง ๆ โดยนำผงซักฟอกไปผสมกับน้ำอุ่น แล้วหยิบผ้ามาชุบ ก่อนจะนำไปเช็ดคราบต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คราบน้ำมันหลุดออกอย่างง่ายดาย เนื่องจากผงซักฟอกมีคุณสมบัติกำจัดสิ่งสกปรกอยู่แล้ว แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย

5. เบกกิ้งโซดา = การขจัดคราบมันในครัวก็เริ่มจากการผสมน้ำกับเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน แล้วนำฟองน้ำมาจุ่ม จากนั้นก็เช็ดให้ทั่งบริเวณที่มีคราบ และทำซ้ำตามขั้นตอนจนกระทั่งคราบมันหมดไป และถ้าใครมีเบกกิ้งโซดาเหลือ จะนำไปใช้กำจัดคราบอื่น ๆ ในบ้านต่อก็ได้

6. มะนาว = เทน้ำมะนาวผสมลงไปกับเบกกิ้งโซดา ราดลงไปตรงบริเวณที่มีคราบ แล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าขัดคราบน้ำมันออกมา แต่ถ้าหากบ้านไหนไม่ได้ใช้เบกกิ้งโซดาเป็นประจำ จะใช้แค่มะนาวอย่างเดียวก็ได้ โดยฝานมะนาวเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วก็นำไปถูบริเวณที่เป็นคราบ ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเพื่อล้างพื้นผิวให้สะอาด

7. น้ำมันพืช = เมื่อต้นเหตุคราบเกิดจากน้ำมัน ก็ใช้น้ำมันนี่แหละกำจัดกันเองซะเลย แถมยังเป็นของที่ต้องมีติดครัวอยู่แล้วด้วย แต่น้ำมันที่จะนำมาใช้ทำความสะอาดควรเป็นน้ำมันจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันพืชเท่านั้นนะคะ ซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ แค่เทน้ำมันดังกล่างลงไปบนกระดาษทิชชูเล็กน้อย แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ บริเวณฝาผนังหรือเครื่องครัว คราบน้ำมันที่ทั้งข้นและเหนียวก็จะค่อย ๆ หลุดออกไป

8. ทรายแมว = เหมาะกับการขจัดคราบมันบนพื้นกระเบื้องมากๆ เพราะไม่ทำลายพื้นผิวอย่างแน่นอน โดยเริ่มจากใช้ผ้าซับคราบน้ำมันให้ได้มากที่สุด แล้วโรยทรายแมวลงไปแล้วเกลี่ยให้ทั่วบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน แล้วค่อยกวาดทรายออกให้หมด แค่นี้ก็ช่วยคราบนบนพื้นครัวก็หายไปแล้ว
.

.
ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook.com

ทำความสะอาดพรม

CONDO OK วิธีทำความสะอาดพรมมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ  ถ้าจะแค่ทำความสะอาดฝุ่นบนพรม ก็สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกได้เลยค่ะ
แต่ถ้าพรมมีคราบสกปรกให้ใช้แป้งข้าวโพดโรยบนรอยเปื้อนทิ้งไว้ 10 นาที
จากนั้นใช้น้ำยาล้างจานหนึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น
และใช้น้ำส้มสายชูหนึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่นเช่นกัน 
แล้วก็ใช้ผ้าขาวชุบน้ำส้มสายชู และและน้ำยาล้างจาน ชุปให้เปี๊ยกๆ
แล้ววางไว้ ใช้แปรงหรือฟองน้ำ ขัด ถู จนกระทั่งของเหลวทั้งหมดค่อยๆ แห้ง
สุดท้ายใช้ฟองน้ำเช็ดออก ลอยคราบที่พรมก็จะหายไป
.

.
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : mthai.com

5 วิธีป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ

1.หลังอาบน้ำให้เช็ดน้ำออกจากผนังห้องอาบน้ำ จะช่วยลดความชื้นในห้องน้ำได้ประมาณ 3 ใน 4 เพื่อป้องกันการเติบโตของเชื้อรา

2.เปิดพัดลมระบายอากาศในระหว่างที่อาบน้ำ และเปิดต่อเนื่องประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อระบายความชื้นออกไป อาจจะใช้วิธีตั้งไทม์เมอร์เพื่อให้ปิดอัตโนมัติก็ได้

3.หากถึงเวลาที่ต้องยาแนวใหม่ ให้เลือกยาแนวที่มีมาตรฐาน และเป็นแบบกันน้ำ

4.ในการขจัดเชื้อราที่มีอยู่ ให้ขัดด้วยผงซักฟอกและน้ำ จากนั้นก็ปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิท อาจจะใช้น้ำยาฟอกขาวประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ผสมน้ำ 90 เปอร์เซ็นต์ในการกำจัดเชื้อรา การใช้น้ำยาฟอกขาวในความเข้มข้นที่มากกว่านี้ก็ไม่ได้ให้ผลดีแตกต่างกัน เมื่อผสมน้ำยาแล้วให้นำใส่ขวดสเปรย์ ฉีดบริเวณที่มีเชื้อราและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีก่อนล้างออกและปล่อยให้แห้ง

5.ในกรณีที่พัดลมไม่สามารถระบายความชื้นได้หลังจากเปิดไปแล้วประมาณ 5 ถึง 10 นาที นั้นอาจจะหมายถึงว่า พัดลมที่เราใช้ ไม่สามารถหมุนเวียนอากาศได้ ให้เปลี่ยนไปใช้พัดลมที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

การดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำ ให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ

หลายๆ คนอาจคิดว่าการดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำเป็นเรื่องที่เหนื่อยเเละเสียเวลา เพราะห้องน้ำเป็นสถานที่ที่ใช้เป็นประจำทุกวันจึงสกปรกเเละมีคราบต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่าย เเต่หากคุณทราบวิธีการทำความสะอาดห้องน้ำที่ถูกวิธีเเล้ว คุณจะทราบว่าการทำความสะอาดห้องน้ำให้สะอาดทุกซอกทุกมุมนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เเละทำให้คุณเสียเวลามากอีกต่อไป เราได้รวบรวมเคล็ดลับการทำความสะอาดห้องน้ำให้ดูเหมือนใหม่ พร้อมวิธีการขจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ไว้ทางด้านล่างนี้

5 เคล็ดลับง่ายๆ ในการดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำ
ก่อนการทำความสะอาดห้องน้ำทุกครั้ง คุณควรสังเกตุดูก่อนว่าห้องน้ำของคุณมีเศษฝุ่นผง หรือเส้นผมสะสมอยู่บนพื้นห้องน้ำหรือไม่ เเละคุณควรปัดกวาดสิ่งสกปรกต่างๆ เหล่านี้ออกจากห้องน้ำก่อน หรือหากมีสัตว์ที่ไม่รับเชิญในห้องน้ำอย่าง จิ้งจก แมลง หรือมด ซึ่งคุณควรหาวิธีกำจัดจิ้งจกเเละสัตว์เหล่านี้ออกไปเสียก่อน เพราะนอกจากสัตว์พวกนี้จะทำให้ห้องน้ำดูสกปรกขึ้นเเล้ว สัตว์เหล่านี้ยังเป็นอุปสรรคต่อการทำความสะอาดห้องน้ำของคุณอีกด้วย

วิธีทำความสะอาดกระเบื้องห้องน้ำ

กระเบื้องเเละยาเเนวกระเบื้องห้องน้ำนั้นมักมีคราบราดำและคราบหินปูนเกาะอยู่เป็นประจำเนื่องจากความชื้นเเละคราบสบู่หรือเเชมพูเกาะสะสมอยู่ หากคุณปล่อยคราบเหล่านี้ไว้นานอาจทำให้การทำความสะอาดนั้นยากขึ้นเรื่อยๆ เคล็ดลับในการทำความสะอาดกระเบื้องเเละยาเเนวกระเบื้องห้องน้ำที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้บลีชฉีดหรือราดลงบนคราบ จากนั้นให้ใช้กระดาษทิชชู่อุดไว้ตามปูนยาเเนวกระเบื้องที่ฉีดหรือราดบลีชไว้ จากนั้นทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง หากเป็นคราบฝังเเน่นมากเเละคุณไม่มีเวลารอให้คราบหลุด คุณสามารถอุดกระดาษทิชชู่ทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อเก็บกระดาษทิชชู่ออกจนหมด คุณจะเห็นว่าคราบต่างๆ ที่เกาะอยู่นั้นได้หลุดออกไปอย่างไม่ต้องเปลืองเเรงขัด จากนั้นคุณสามารถเช็ดหรือขัดผนังกระเบื้องด้วยน้ำยาทำความสะอาดตามปกติ

วิธีทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์

ก๊อกน้ำเเละฝักบัวนั้นส่วนมากทำมาจากสแตนเลสหรือทองเหลืองซึ่งมักมีคราบน้ำเเละคราบหินปูนเกาะติดอยู่เสมอ วิธีการทำความสะอาดคราบเหล่านี้ที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชูชุบผ้าไมโครไฟเบอร์เเล้วเช็ดทำความสะอาด หรือคุณสามารถใช้น้ำยาล้างจานและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสแตนเลสทั่วไปในการขัดถูทำความสะอาดเพื่อให้สแตนเลสเเละทองเหลืองกลับมาสะอาดเเวววาวเหมือนใหม่อีกครั้ง เเต่อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรใช้บลีชทำความสะอาดพื้นผิวเหล่านี้เพราะอาจทำความเกิดความเสียหายเเละทำให้พื้นผิวเหล่านี้หมองลงได้

การทำความสะอาดโถส้วม

โถส้วมนั้นมักมีคราบฝังเเน่นกว่าจุดอื่นๆ เเละเกิดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ได้ง่าย การทำความสะอาดโถส้วมจึงอาจยากกว่าจุดอื่นๆ เเต่เรามีวิธีการทำความสะอาดโถส้วมที่ไม่เปลืองเเรง โดยคุณสามารถโรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่วบริเวณด้านในของโถส้วม และทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที จากนั้นใช้เเปรงขัดโถส้วมค่อยๆ ขจัดคราบออก เพียงเท่านี้คราบดำต่างๆ ก็สามารถหลุดออกได้ง่ายดาย ในกรณีที่คุณไม่มีเบกกิ้งโซดา คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชูหรือบลีชเเทนก็ได้เช่นกัน เเละเพื่อกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เกาะอยู่บนโถส้วม คุณสามารถฉีดน้ำยาทำความสะอาดสำหรับฆ่าเชื้อโรคหลังการทำความสะอาด ส่วนด้านนอกของโถส้วมคุณสามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดฉีดให้รอบบริเวณเเล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดสิ่งสกปรกออก

การทำความสะอาดกระจกห้องน้ำและห้องอาบน้ำหรือฉากกั้นอาบน้ำ
กระจกในห้องอาบน้ำ เเละฉากกั้นอาบน้ำมักมีคราบน้ำ ยาสีฟัน สบู่ เเละเเชมพูเกาะติดอยู่เสมอ การทำความสะอาดคราบต่างๆ เหล่านี้บนกระจกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก วิธีทำความสะอาดกระจกที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาล้างจานผสมน้ำ หรือน้ำสมสายชูผสมน้ำสบู่เล้วทำความสะอาดด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ การใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำหรือน้ำส้มสายชูผสมน้ำสบู่นอกจากจะช่วยขจัดคราบออกได้อย่างง่ายดายเเละไม่ต้องเปลืองเเรงถูเเล้ว ยังช่วยให้กระจกใส เงางามเหมือนใหม่ได้อีกด้วย

การทำความสะอาดอ่างอาบน้ำ

อ่างอาบน้ำอาจต้องใช้เวลามากพอสมควรในการทำความสะอาดเพราะขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ แต่คุณไม่ต้องเสียเวลาในการขัดอ่างให้ทั่วบริเวณอีกต่อไป เพียงคุณใช้ผงซักฟอกผสมกับเบกกิ้งโซดาเเละน้ำ ราดให้ทั่วบริเวณอ่าง จากนั้นทิ้งไว้ 10-20 นาทีเเล้วใช้ฝักบัวฉีดล้างอ่างให้สะอาด เพียงเท่านี้คราบสกปรกก็จะหลุดออกได้อย่าง่ายดาย ช่วยให้อ่างอาบน้ำของคุณเเลดูใหม่ขึ้นทันตาโดยไม่ต้องเปลืองเเรงขัดให้เสียเวลา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : baania.com

เสกกระจกใส ด้วยของในบ้าน

คุณเคยเจอปัญหานี้ไหม? กระจกในห้องน้ำเป็นคราบ ยิ่งปล่อยไว้นานคราบเหล่านั้นเกาะแน่นยากแก่การขัด แม่บ้านหลายคนมักประสบกับปัญหาเหล่านี้ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะ เรากำลังจะแนะนำวิธีจัดการกับคราบที่ติดกระจกด้วยของใกล้ตัว จะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามกันเลยครับ

ในปัจจุบันการออกแบบตกแต่งบ้านมักจะมีการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งห้องน้ำ จากห้องโล่งที่มีเพียงฝักบัว อ่างล้างหน้า และเครื่องสุขภัณฑ์ ได้มีการออกแบบโดยนำวัสดุต่างๆ เข้าไปเพิ่ม เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้น อย่างเช่น กระจกกั้นห้องสำหรับแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งให้แยกออกจากกัน

แต่สิ่งที่ตามมาคือ บริเวณบานกระจกนั้นมักจะเกิดคราบตะกรันหินปูนตามส่วนต่างๆ ซึ่งมาจากการใช้สบู่และยาสระผม ทำให้กลายเป็นจุดสะสมสิ่งสกปรก ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ Baania และ บุญถาวร จึงขอแนะนำวิธีการง่ายๆ ในการขจัดคราบที่ไม่น่ามองนั้นด้วยของใกล้ตัวที่หาได้ในบ้านอย่าง น้ำยาล้างจานและน้ำส้มสายชู

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

STEP BY STEP

1.ขั้นตอนแรกให้นำน้ำยาล้างจานผสมกับน้ำสะอาด เพื่อลดความเหนียวของน้ำยาล้างจานลง ซึ่งจะทำให้ฉีดเป็นฝอยละอองได้ง่ายขึ้น จากนั้นเติมน้ำส้มสายชูลงไป ประมาณ 1 ต่อ 3 และนำไปกรอกลงในขวดสเปรย์
2.ต่อมาให้นำน้ำอุ่นมาเทราดตามรอยคราบที่กระจก ทิ้งไว้สักครู่ แล้วนำน้ำยาที่เตรียมไว้มาฉีดพ่นให้ทั่วกระจก อาจจะฉีดเพิ่มมากขึ้นในจุดที่คราบสกปรกเกาะหนา แล้วใช้ฟองน้ำค่อยๆ ขัดถูคราบเหล่านั้น
3.เมื่อคราบไม่พึงประสงค์หลุดล่อนออกหมดแล้วให้ล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ด ด้วยผ้าหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ คุณก็จะได้กระจกใหม่เอี่ยมใสแจ๋วราวกับเพิ่งซื้อมาเมื่อวาน
ของใช้ในบ้านแต่ละอย่างมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกัน หากคุณแม่บ้านศึกษาข้อมูลและประยุกต์ใช้สิ่งของใกล้ตัวก็สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ อย่างวิธีการทำความสะอาดกระจกในห้องน้ำที่แนะนำไปข้างต้น แล้วอย่าลืมทำความสะอาดกระจกให้เงาวับ

 

ที่มาบทความ : นิตยสาร IDEAS VOL.01 by บุญถาวร  หน้า 26 จากนิตยสาร IDEAS VOLUME 01 OCTOBER 2016 / baania.com

วิธีทำความสะอาดชักโครก

คราบสกปรกในห้องน้ำ สิ่งกวนใจของเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านรักความสะอาด ด้วยห้องน้ำเป็นห้องที่มีปัจจัยทำให้เกิดคราบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความชื้นภายในห้อง คราบสบู่ แชมพู ครีมนวดผม อาจจะทำให้เกิดคราบที่ไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำ

1. เคลื่อนย้ายของที่วางบนถังพักน้ำชักโครกออก หาตะกร้าพลาสติกมารวบรวมของที่วางบนถังพักน้ำชักโครกออกไป เพื่อให้ทำความสะอาดชักโครกได้ง่าย และยังป้องกันของเหล่านั้นตกหล่นเวลาทำความสะอาดด้วย

2. ฉีดน้ำยาทำความสะอาดให้ทั่วด้านในโถชักโครก โดยฉีดให้ใกล้ ๆ กับขอบโถที่สุด เพื่อให้น้ำยาค่อย ๆ ไหลลงในโถชักโครก และช่วยให้น้ำยาไม่เจือจางเร็วเกินไปด้วย จากนั้นปิดฝาชักโครกไว้ เพื่อไปทำความสะอาดบริเวณอื่นก่อน

3. เริ่มทำความสะอาดรอบ ๆ ตัวชักโครก โดยเริ่มจากขัดตัวถังพักน้ำให้ทั่วทุกซอกมุม จากนั้นทำความสะอาดตัวชักโครกด้านข้าง ด้านหน้า ฝาของชักโครก ก่อนจะทำความสะอาดบริเวณฐานที่ใกล้กับพื้นที่สุด

4. ทำความสะอาดที่รองนั่ง ขัดทำความสะอาดที่รองนั่งโดยให้เน้นบริเวณข้างใต้เป็นพิเศษ เพราะเป็นที่สะสมคราบและเชื้อโรคที่เรามักจะละเลย อีกจุดที่สำคัญคือบริเวณตัวพับยกขึ้น-ลงของที่รองนั่ง ให้ใช้แปรงขัดคราบต่าง ๆ ที่ติดอยู่จนกว่าจะหมดไป

5. กำจัดคราบในโถชักโครก หลังจากทำความสะอาดตัวชักโครกจนทั่วแล้ว ก็ถึงเวลาทำความสะอาดโถชักโครก ด้วยการขัดบริเวณข้างใต้ขอบโถก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นขัดในตัวโถ และปิดท้ายด้วยบริเวณคอห่าน ก่อนจะใช้น้ำเปล่าล้างตัวชักโครกให้ทั่ว แล้วกดน้ำในโถเป็นอันดับสุดท้าย

6. ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ด้วยการฉีดน้ำไล่น้ำยาทำความสะอาดและคราบสกปรกให้ลงท่อไป จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดให้ทั่วหรือปล่อยห้องน้ำให้แห้งเองก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

5 วิธีกำจัด”สนิม”ด้วยของใช้ในบ้าน

สนิมคือตัวการสำคัญที่คอยกัดกร่อนของใช้ในบ้านให้สลายไปก่อนเวลาอันควร ไม่เฉพาะโครงสร้างใหญ่ๆ เช่นพวกเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งในบ้าน มันยังทำลายของชิ้นเล็กๆ ที่เป็นโลหะได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วมันยังเป็นอัตรายต่อสุขภาพของคนในบ้านด้วย
1. น้ำส้มสายชู
ของวิเศษประจำบ้านที่ทำได้ตั้งแต่ของกินยังของใช้ มันสามารถทำความสะอาดได้หลายอย่างไม่เว้นแม้แต่ “สนิม” เพียงแค่นำของชิ้นนั้นไปแช่ในน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้สักพักก็เอาผ้าหรือสก๊อตไบร์ทขัดออกได้เลย
2. น้ำส้มสายชู + ผงซักฟอก
หากเป็นของชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถนำไปแช่ได้ เช่น ขาโต๊ะ ตู้ เป็นต้น ให้เอาน้ำส้มสายชูผสมกับผงซักฟอกในอัตราส่วน 2:1 ตามลำดับ จากนั้นใช้สก๊อตไบร์ทขัดออก จนทั่วบริเวณ และใช้ผ้าเช็ดออกอีกรอบ
3. มันฝรั่งดิบ+น้ำยาล้างจาน
เข้าใจไม่ผิดหรอกครับ เราใช้มันฝรั่งจริงๆ เพียงผ่าออกครึ่งหนึ่งแล้วจุ่มมันลงไปในน้ำยาล้างจาน จากนั้นเอาไปขัดบริเวณที่เกิดสนิม จะสังเกตุเห็นว่าคราบสนิมติดออกมาในมันฝรั่ง จากนั้นผ่ามันฝรั่งในส่วนที่เป็นสนิมออก แล้วทำแบบเดิมซ้ำๆ
4. น้ำส้มสายชู+กระดาษฟอยล์
วิธียอดฮิตที่นิยมกัน คือใช้สารเคมีจากน้ำส้มสายชูและใช้ผิวสัมผัสจากกระดาษฟอยล์เป็นตัวช่วย วิธีนี้สามารถทำให้คราบสนิมออกไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
5. น้ำอัดลม
วิธีที่ง่ายและเห็นผล เพียงนำน้ำอัดลมไปราดหรือเทใส่ถาด จากนั้นนำของที่เป็นสนิมไปแช่ น้ำอัดลมจะทำการกัดกร่อนจนสนิมหลุดออก ทิ้งไว้สักพักก็ใช้ผ้าเช็ดออกได้เลย
เครดิตจาก 3M

เทคนิค ลบรอยเปื้อนบนผนัง

คราบเปื้อนบนผนังเป็นสิ่งที่ขัดหูขัดตาเป็นอย่างมาก แม้มันจะเป็นแค่รอยเล็กๆ แต่เราก็ไม่อยากให้มันติดอยู่บนนั้น โอกาสที่จะเกอดคราบเปื้อนนั้นมัมากมาย ดังนั้นการทำความสะอาดผนังจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

คราบมาจากไหน
คราบเปื้อนส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของคนในบ้าน เช่น มีเด็กเอาดินสอไปเขียน, คราบจากการทำอาหาร เป็นต้น ซึ่งคราบแต่ละประเภทก็มีวิธีกำจัดที่แตกต่างกันออกไป เรามาเริ่มวิธีแรกกันเลย

1. น้ำยาล้างจาน ง่ายๆ รวดเร็ว
หากเป็นคราบไม่ใหญ่มากหรือไม่เลอะมาก เช่น คราบกาแฟ หรือคราบอาหาร ให้นำน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานไปขัดและปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นใช้ผ้าขัดซ้ำ
2. เบกกิ้งโซดา
สำหรับคราบที่ค่อนข้างกำจัดยาก เช่นคราบหมึก หรือปากกา ให้ใช้เบกกิ้งโซดามาถูบริเวณนั้นแล้วใช้แปรงสีฟังขัดออก จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดอีกทีหนึ่ง
3. น้ำส้มสายชู
สิ่งของที่สารพัดประโยชน์อย่างน้ำส้มสายชูสามารถลบรอยเปื้อนได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้น้ำส้มสายชูไปถูบริเวณนั้นทิ้งไว้สักพัก ก็ใช้น้ำสะอาดล้างออกแบบง่ายๆ
4. ไดร์เป่าผมและน้ำยาล้างจาน
สำหรับบ้านที่มีลูกน้อยจอมซน ใช้สีไปละเลงบนผนัง ให้ใช้ไดร์เป่าผมเป่าบริเวณนั้นจนสีเริ่มละลาย จากนั้นเอาผ้าชุบน้ำยาล้างจานแล้วล้างออก แค่นี้สีบนผนังก็หลุดออกแล้ว
5. ยาสีฟัน
นอกจากมันจะทำให้ฟันเราขาวใสแล้ว ยังช่วยให้คราบเปื้อนบนผนังหลุดออกได้ง่ายๆอีกด้วย โดยบีบยาสีฟันลงบนแปรงฟัน แล้วขัดลงบนคราบ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดล้างออก แค่นี้ผนังก็ใหม่เอี่ยมแล้ว