5 วิธีป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ

1.หลังอาบน้ำให้เช็ดน้ำออกจากผนังห้องอาบน้ำ จะช่วยลดความชื้นในห้องน้ำได้ประมาณ 3 ใน 4 เพื่อป้องกันการเติบโตของเชื้อรา

2.เปิดพัดลมระบายอากาศในระหว่างที่อาบน้ำ และเปิดต่อเนื่องประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อระบายความชื้นออกไป อาจจะใช้วิธีตั้งไทม์เมอร์เพื่อให้ปิดอัตโนมัติก็ได้

3.หากถึงเวลาที่ต้องยาแนวใหม่ ให้เลือกยาแนวที่มีมาตรฐาน และเป็นแบบกันน้ำ

4.ในการขจัดเชื้อราที่มีอยู่ ให้ขัดด้วยผงซักฟอกและน้ำ จากนั้นก็ปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิท อาจจะใช้น้ำยาฟอกขาวประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ผสมน้ำ 90 เปอร์เซ็นต์ในการกำจัดเชื้อรา การใช้น้ำยาฟอกขาวในความเข้มข้นที่มากกว่านี้ก็ไม่ได้ให้ผลดีแตกต่างกัน เมื่อผสมน้ำยาแล้วให้นำใส่ขวดสเปรย์ ฉีดบริเวณที่มีเชื้อราและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีก่อนล้างออกและปล่อยให้แห้ง

5.ในกรณีที่พัดลมไม่สามารถระบายความชื้นได้หลังจากเปิดไปแล้วประมาณ 5 ถึง 10 นาที นั้นอาจจะหมายถึงว่า พัดลมที่เราใช้ ไม่สามารถหมุนเวียนอากาศได้ ให้เปลี่ยนไปใช้พัดลมที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

การดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำ ให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ

หลายๆ คนอาจคิดว่าการดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำเป็นเรื่องที่เหนื่อยเเละเสียเวลา เพราะห้องน้ำเป็นสถานที่ที่ใช้เป็นประจำทุกวันจึงสกปรกเเละมีคราบต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่าย เเต่หากคุณทราบวิธีการทำความสะอาดห้องน้ำที่ถูกวิธีเเล้ว คุณจะทราบว่าการทำความสะอาดห้องน้ำให้สะอาดทุกซอกทุกมุมนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เเละทำให้คุณเสียเวลามากอีกต่อไป เราได้รวบรวมเคล็ดลับการทำความสะอาดห้องน้ำให้ดูเหมือนใหม่ พร้อมวิธีการขจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ไว้ทางด้านล่างนี้

5 เคล็ดลับง่ายๆ ในการดูเเลทำความสะอาดห้องน้ำ
ก่อนการทำความสะอาดห้องน้ำทุกครั้ง คุณควรสังเกตุดูก่อนว่าห้องน้ำของคุณมีเศษฝุ่นผง หรือเส้นผมสะสมอยู่บนพื้นห้องน้ำหรือไม่ เเละคุณควรปัดกวาดสิ่งสกปรกต่างๆ เหล่านี้ออกจากห้องน้ำก่อน หรือหากมีสัตว์ที่ไม่รับเชิญในห้องน้ำอย่าง จิ้งจก แมลง หรือมด ซึ่งคุณควรหาวิธีกำจัดจิ้งจกเเละสัตว์เหล่านี้ออกไปเสียก่อน เพราะนอกจากสัตว์พวกนี้จะทำให้ห้องน้ำดูสกปรกขึ้นเเล้ว สัตว์เหล่านี้ยังเป็นอุปสรรคต่อการทำความสะอาดห้องน้ำของคุณอีกด้วย

วิธีทำความสะอาดกระเบื้องห้องน้ำ

กระเบื้องเเละยาเเนวกระเบื้องห้องน้ำนั้นมักมีคราบราดำและคราบหินปูนเกาะอยู่เป็นประจำเนื่องจากความชื้นเเละคราบสบู่หรือเเชมพูเกาะสะสมอยู่ หากคุณปล่อยคราบเหล่านี้ไว้นานอาจทำให้การทำความสะอาดนั้นยากขึ้นเรื่อยๆ เคล็ดลับในการทำความสะอาดกระเบื้องเเละยาเเนวกระเบื้องห้องน้ำที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้บลีชฉีดหรือราดลงบนคราบ จากนั้นให้ใช้กระดาษทิชชู่อุดไว้ตามปูนยาเเนวกระเบื้องที่ฉีดหรือราดบลีชไว้ จากนั้นทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง หากเป็นคราบฝังเเน่นมากเเละคุณไม่มีเวลารอให้คราบหลุด คุณสามารถอุดกระดาษทิชชู่ทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อเก็บกระดาษทิชชู่ออกจนหมด คุณจะเห็นว่าคราบต่างๆ ที่เกาะอยู่นั้นได้หลุดออกไปอย่างไม่ต้องเปลืองเเรงขัด จากนั้นคุณสามารถเช็ดหรือขัดผนังกระเบื้องด้วยน้ำยาทำความสะอาดตามปกติ

วิธีทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์

ก๊อกน้ำเเละฝักบัวนั้นส่วนมากทำมาจากสแตนเลสหรือทองเหลืองซึ่งมักมีคราบน้ำเเละคราบหินปูนเกาะติดอยู่เสมอ วิธีการทำความสะอาดคราบเหล่านี้ที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชูชุบผ้าไมโครไฟเบอร์เเล้วเช็ดทำความสะอาด หรือคุณสามารถใช้น้ำยาล้างจานและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสแตนเลสทั่วไปในการขัดถูทำความสะอาดเพื่อให้สแตนเลสเเละทองเหลืองกลับมาสะอาดเเวววาวเหมือนใหม่อีกครั้ง เเต่อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรใช้บลีชทำความสะอาดพื้นผิวเหล่านี้เพราะอาจทำความเกิดความเสียหายเเละทำให้พื้นผิวเหล่านี้หมองลงได้

การทำความสะอาดโถส้วม

โถส้วมนั้นมักมีคราบฝังเเน่นกว่าจุดอื่นๆ เเละเกิดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ได้ง่าย การทำความสะอาดโถส้วมจึงอาจยากกว่าจุดอื่นๆ เเต่เรามีวิธีการทำความสะอาดโถส้วมที่ไม่เปลืองเเรง โดยคุณสามารถโรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่วบริเวณด้านในของโถส้วม และทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที จากนั้นใช้เเปรงขัดโถส้วมค่อยๆ ขจัดคราบออก เพียงเท่านี้คราบดำต่างๆ ก็สามารถหลุดออกได้ง่ายดาย ในกรณีที่คุณไม่มีเบกกิ้งโซดา คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชูหรือบลีชเเทนก็ได้เช่นกัน เเละเพื่อกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เกาะอยู่บนโถส้วม คุณสามารถฉีดน้ำยาทำความสะอาดสำหรับฆ่าเชื้อโรคหลังการทำความสะอาด ส่วนด้านนอกของโถส้วมคุณสามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดฉีดให้รอบบริเวณเเล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดสิ่งสกปรกออก

การทำความสะอาดกระจกห้องน้ำและห้องอาบน้ำหรือฉากกั้นอาบน้ำ
กระจกในห้องอาบน้ำ เเละฉากกั้นอาบน้ำมักมีคราบน้ำ ยาสีฟัน สบู่ เเละเเชมพูเกาะติดอยู่เสมอ การทำความสะอาดคราบต่างๆ เหล่านี้บนกระจกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก วิธีทำความสะอาดกระจกที่ง่ายที่สุดคือ คุณสามารถใช้น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาล้างจานผสมน้ำ หรือน้ำสมสายชูผสมน้ำสบู่เล้วทำความสะอาดด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ การใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำหรือน้ำส้มสายชูผสมน้ำสบู่นอกจากจะช่วยขจัดคราบออกได้อย่างง่ายดายเเละไม่ต้องเปลืองเเรงถูเเล้ว ยังช่วยให้กระจกใส เงางามเหมือนใหม่ได้อีกด้วย

การทำความสะอาดอ่างอาบน้ำ

อ่างอาบน้ำอาจต้องใช้เวลามากพอสมควรในการทำความสะอาดเพราะขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ แต่คุณไม่ต้องเสียเวลาในการขัดอ่างให้ทั่วบริเวณอีกต่อไป เพียงคุณใช้ผงซักฟอกผสมกับเบกกิ้งโซดาเเละน้ำ ราดให้ทั่วบริเวณอ่าง จากนั้นทิ้งไว้ 10-20 นาทีเเล้วใช้ฝักบัวฉีดล้างอ่างให้สะอาด เพียงเท่านี้คราบสกปรกก็จะหลุดออกได้อย่าง่ายดาย ช่วยให้อ่างอาบน้ำของคุณเเลดูใหม่ขึ้นทันตาโดยไม่ต้องเปลืองเเรงขัดให้เสียเวลา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : baania.com

เสกกระจกใส ด้วยของในบ้าน

คุณเคยเจอปัญหานี้ไหม? กระจกในห้องน้ำเป็นคราบ ยิ่งปล่อยไว้นานคราบเหล่านั้นเกาะแน่นยากแก่การขัด แม่บ้านหลายคนมักประสบกับปัญหาเหล่านี้ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะ เรากำลังจะแนะนำวิธีจัดการกับคราบที่ติดกระจกด้วยของใกล้ตัว จะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามกันเลยครับ

ในปัจจุบันการออกแบบตกแต่งบ้านมักจะมีการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งห้องน้ำ จากห้องโล่งที่มีเพียงฝักบัว อ่างล้างหน้า และเครื่องสุขภัณฑ์ ได้มีการออกแบบโดยนำวัสดุต่างๆ เข้าไปเพิ่ม เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้น อย่างเช่น กระจกกั้นห้องสำหรับแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งให้แยกออกจากกัน

แต่สิ่งที่ตามมาคือ บริเวณบานกระจกนั้นมักจะเกิดคราบตะกรันหินปูนตามส่วนต่างๆ ซึ่งมาจากการใช้สบู่และยาสระผม ทำให้กลายเป็นจุดสะสมสิ่งสกปรก ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ Baania และ บุญถาวร จึงขอแนะนำวิธีการง่ายๆ ในการขจัดคราบที่ไม่น่ามองนั้นด้วยของใกล้ตัวที่หาได้ในบ้านอย่าง น้ำยาล้างจานและน้ำส้มสายชู

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

STEP BY STEP

1.ขั้นตอนแรกให้นำน้ำยาล้างจานผสมกับน้ำสะอาด เพื่อลดความเหนียวของน้ำยาล้างจานลง ซึ่งจะทำให้ฉีดเป็นฝอยละอองได้ง่ายขึ้น จากนั้นเติมน้ำส้มสายชูลงไป ประมาณ 1 ต่อ 3 และนำไปกรอกลงในขวดสเปรย์
2.ต่อมาให้นำน้ำอุ่นมาเทราดตามรอยคราบที่กระจก ทิ้งไว้สักครู่ แล้วนำน้ำยาที่เตรียมไว้มาฉีดพ่นให้ทั่วกระจก อาจจะฉีดเพิ่มมากขึ้นในจุดที่คราบสกปรกเกาะหนา แล้วใช้ฟองน้ำค่อยๆ ขัดถูคราบเหล่านั้น
3.เมื่อคราบไม่พึงประสงค์หลุดล่อนออกหมดแล้วให้ล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ด ด้วยผ้าหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ คุณก็จะได้กระจกใหม่เอี่ยมใสแจ๋วราวกับเพิ่งซื้อมาเมื่อวาน
ของใช้ในบ้านแต่ละอย่างมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกัน หากคุณแม่บ้านศึกษาข้อมูลและประยุกต์ใช้สิ่งของใกล้ตัวก็สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ อย่างวิธีการทำความสะอาดกระจกในห้องน้ำที่แนะนำไปข้างต้น แล้วอย่าลืมทำความสะอาดกระจกให้เงาวับ

 

ที่มาบทความ : นิตยสาร IDEAS VOL.01 by บุญถาวร  หน้า 26 จากนิตยสาร IDEAS VOLUME 01 OCTOBER 2016 / baania.com

วิธีทำความสะอาดชักโครก

คราบสกปรกในห้องน้ำ สิ่งกวนใจของเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านรักความสะอาด ด้วยห้องน้ำเป็นห้องที่มีปัจจัยทำให้เกิดคราบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความชื้นภายในห้อง คราบสบู่ แชมพู ครีมนวดผม อาจจะทำให้เกิดคราบที่ไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำ

1. เคลื่อนย้ายของที่วางบนถังพักน้ำชักโครกออก หาตะกร้าพลาสติกมารวบรวมของที่วางบนถังพักน้ำชักโครกออกไป เพื่อให้ทำความสะอาดชักโครกได้ง่าย และยังป้องกันของเหล่านั้นตกหล่นเวลาทำความสะอาดด้วย

2. ฉีดน้ำยาทำความสะอาดให้ทั่วด้านในโถชักโครก โดยฉีดให้ใกล้ ๆ กับขอบโถที่สุด เพื่อให้น้ำยาค่อย ๆ ไหลลงในโถชักโครก และช่วยให้น้ำยาไม่เจือจางเร็วเกินไปด้วย จากนั้นปิดฝาชักโครกไว้ เพื่อไปทำความสะอาดบริเวณอื่นก่อน

3. เริ่มทำความสะอาดรอบ ๆ ตัวชักโครก โดยเริ่มจากขัดตัวถังพักน้ำให้ทั่วทุกซอกมุม จากนั้นทำความสะอาดตัวชักโครกด้านข้าง ด้านหน้า ฝาของชักโครก ก่อนจะทำความสะอาดบริเวณฐานที่ใกล้กับพื้นที่สุด

4. ทำความสะอาดที่รองนั่ง ขัดทำความสะอาดที่รองนั่งโดยให้เน้นบริเวณข้างใต้เป็นพิเศษ เพราะเป็นที่สะสมคราบและเชื้อโรคที่เรามักจะละเลย อีกจุดที่สำคัญคือบริเวณตัวพับยกขึ้น-ลงของที่รองนั่ง ให้ใช้แปรงขัดคราบต่าง ๆ ที่ติดอยู่จนกว่าจะหมดไป

5. กำจัดคราบในโถชักโครก หลังจากทำความสะอาดตัวชักโครกจนทั่วแล้ว ก็ถึงเวลาทำความสะอาดโถชักโครก ด้วยการขัดบริเวณข้างใต้ขอบโถก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นขัดในตัวโถ และปิดท้ายด้วยบริเวณคอห่าน ก่อนจะใช้น้ำเปล่าล้างตัวชักโครกให้ทั่ว แล้วกดน้ำในโถเป็นอันดับสุดท้าย

6. ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ด้วยการฉีดน้ำไล่น้ำยาทำความสะอาดและคราบสกปรกให้ลงท่อไป จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดให้ทั่วหรือปล่อยห้องน้ำให้แห้งเองก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

5 วิธีกำจัด”สนิม”ด้วยของใช้ในบ้าน

สนิมคือตัวการสำคัญที่คอยกัดกร่อนของใช้ในบ้านให้สลายไปก่อนเวลาอันควร ไม่เฉพาะโครงสร้างใหญ่ๆ เช่นพวกเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งในบ้าน มันยังทำลายของชิ้นเล็กๆ ที่เป็นโลหะได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วมันยังเป็นอัตรายต่อสุขภาพของคนในบ้านด้วย
1. น้ำส้มสายชู
ของวิเศษประจำบ้านที่ทำได้ตั้งแต่ของกินยังของใช้ มันสามารถทำความสะอาดได้หลายอย่างไม่เว้นแม้แต่ “สนิม” เพียงแค่นำของชิ้นนั้นไปแช่ในน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้สักพักก็เอาผ้าหรือสก๊อตไบร์ทขัดออกได้เลย
2. น้ำส้มสายชู + ผงซักฟอก
หากเป็นของชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถนำไปแช่ได้ เช่น ขาโต๊ะ ตู้ เป็นต้น ให้เอาน้ำส้มสายชูผสมกับผงซักฟอกในอัตราส่วน 2:1 ตามลำดับ จากนั้นใช้สก๊อตไบร์ทขัดออก จนทั่วบริเวณ และใช้ผ้าเช็ดออกอีกรอบ
3. มันฝรั่งดิบ+น้ำยาล้างจาน
เข้าใจไม่ผิดหรอกครับ เราใช้มันฝรั่งจริงๆ เพียงผ่าออกครึ่งหนึ่งแล้วจุ่มมันลงไปในน้ำยาล้างจาน จากนั้นเอาไปขัดบริเวณที่เกิดสนิม จะสังเกตุเห็นว่าคราบสนิมติดออกมาในมันฝรั่ง จากนั้นผ่ามันฝรั่งในส่วนที่เป็นสนิมออก แล้วทำแบบเดิมซ้ำๆ
4. น้ำส้มสายชู+กระดาษฟอยล์
วิธียอดฮิตที่นิยมกัน คือใช้สารเคมีจากน้ำส้มสายชูและใช้ผิวสัมผัสจากกระดาษฟอยล์เป็นตัวช่วย วิธีนี้สามารถทำให้คราบสนิมออกไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
5. น้ำอัดลม
วิธีที่ง่ายและเห็นผล เพียงนำน้ำอัดลมไปราดหรือเทใส่ถาด จากนั้นนำของที่เป็นสนิมไปแช่ น้ำอัดลมจะทำการกัดกร่อนจนสนิมหลุดออก ทิ้งไว้สักพักก็ใช้ผ้าเช็ดออกได้เลย
เครดิตจาก 3M

กำจัดแมลงสาบ ให้ได้ผลมากที่สุด!!

แมลงสาบเป็นสัตว์ที่รบกวนการอยู่อาศัยของเราเป็นอันดับต้นๆ ทั้งกัดกินเสื้อผ้า หนังสือ และของใช้ต่างๆ พวกมันยังแพร่พันธุ์เร็วและน่าขยะแขยงอีกด้วย การกำจัดแมลงสาบหลายครั้งไม่ได้ผล แต่วันนี้เราจะนำเสนอหลากหลายวิธีให้นำไปปรับใช้เพื่อให้ได้ผลมากที่สุด แมลงสาบเป็นสัตว์ที่ชอบของกินที่มีรสหวาน กลิ่นหอมเย้ายวน เราจึงต้องนำจุดอ่อนข้อนี้มาเป็นตัวล่อให้พวกมันหลงกลและติดกับดักของเรานั่นเอง โดยมีวิธีดังนี้

ของหวานแสนเย้ายวน
ให้นำถาดที่มีขอบค่อนข้างชันทาด้วยน้ำมันพืช จากนั้นให้นำของที่มีรสหวานเช่น น้ำโอวันตีน น้ำไมโล น้ำบาบิคิว เป็นต้น ยิ่งเป็นของที่มีรสหวานและมีกลิ่นหอมด้วยจะยิ่งช่วยดึงดูดพวกมัน
นำไปวางไว้บริเวณที่พวกมันใช้เป็นประจำ หรือถ้าไม่รู้ให้วางไว้ในที่ที่คิดว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกมัน จาดนั้นทิ้งไว้หนึ่งคืนจะมีเจ้าแมลงสาบติดกับมากมาย วิธีนี้หลายคนลองแล้วได้ผลอย่างมาก เรียกว่ามากันเป็นกองร้อยเลย

ผงกำจัดแมลงสาบ
ปัจจุบันมีสิ่งที่ช่วยกำจัดแมลงสาบแบบสำเร็จรูปมากมาย หนึ่งในนั้นคือผงกำจัดแมลงสาบ เพียงนำมาผสมกับน้ำตาลเล็กน้อยก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้เจ้าแมลงสาบตัวน้อยๆ มาติดกับ ให้นำผงที่ผสมกับน้ำตาลแล้วไปโรยรอบๆ บริเวณที่พวกมันอยู่ เช่นในตู้ ลิ้นชัก ถังขยะ เป็นต้น ให้ทำเป็นประจำ ไม่เกินสองอาทิตย์รับรองหายเกลี้ยง

กำจัดด้วยวิธีธรรมชาติ
ธรรมชาติเป็นตัวช่วยอย่างดี ในที่นี้เราจะใช้เม็ดพริกไทยเป็นตัวช่วย อาจนำใส่ถุงผ้าแบบบางหรือบรรจุลงในถาดเล็กๆ ไปวางตามจุดที่คิดว่าจะเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกมัน กลิ่นฉุนของเม็ดพริกไทยจะไปทำให้พวกมันไม่กล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีก กันไว้ดีกว่าแก้

หลายบ้านยังไม่เคยพบเจอเจ้าแมลงสาบ แต่อย่าควรละเลยเพราะเมื่อคุณพลาดพวกมันพร้อมเข้าจู่โจมได้ทุกเมื่อ วิธีการป้องกันคือวิธีที่ดีที่สุด
1. กำจัดสิ่งสกปรก พวกมันมักจะชอบเศษอาหารและขยะต่างๆ ควรมีการกำจัดอย่างถูกต้อง มิดชิด และทำเป็นประจำ
2. รอยรั่ว รอยต่างๆ เหล่านี้คือประตูสู่บ้านคุณ พวกมันจะเข้ามาในบริเวณที่มีรอยรั่วต่างๆ โดยเฉพาะในห้องครัว
3. ลูกเหม็น จะคอยช่วยปล่อยกลิ่นรบกวนพวกมัน ให้นำไปวางตามจุดอับต่างๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้พวกมันมาทำรังได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : 3M

เทคนิค ลบรอยเปื้อนบนผนัง

คราบเปื้อนบนผนังเป็นสิ่งที่ขัดหูขัดตาเป็นอย่างมาก แม้มันจะเป็นแค่รอยเล็กๆ แต่เราก็ไม่อยากให้มันติดอยู่บนนั้น โอกาสที่จะเกอดคราบเปื้อนนั้นมัมากมาย ดังนั้นการทำความสะอาดผนังจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

คราบมาจากไหน
คราบเปื้อนส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของคนในบ้าน เช่น มีเด็กเอาดินสอไปเขียน, คราบจากการทำอาหาร เป็นต้น ซึ่งคราบแต่ละประเภทก็มีวิธีกำจัดที่แตกต่างกันออกไป เรามาเริ่มวิธีแรกกันเลย

1. น้ำยาล้างจาน ง่ายๆ รวดเร็ว
หากเป็นคราบไม่ใหญ่มากหรือไม่เลอะมาก เช่น คราบกาแฟ หรือคราบอาหาร ให้นำน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานไปขัดและปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นใช้ผ้าขัดซ้ำ
2. เบกกิ้งโซดา
สำหรับคราบที่ค่อนข้างกำจัดยาก เช่นคราบหมึก หรือปากกา ให้ใช้เบกกิ้งโซดามาถูบริเวณนั้นแล้วใช้แปรงสีฟังขัดออก จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดอีกทีหนึ่ง
3. น้ำส้มสายชู
สิ่งของที่สารพัดประโยชน์อย่างน้ำส้มสายชูสามารถลบรอยเปื้อนได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้น้ำส้มสายชูไปถูบริเวณนั้นทิ้งไว้สักพัก ก็ใช้น้ำสะอาดล้างออกแบบง่ายๆ
4. ไดร์เป่าผมและน้ำยาล้างจาน
สำหรับบ้านที่มีลูกน้อยจอมซน ใช้สีไปละเลงบนผนัง ให้ใช้ไดร์เป่าผมเป่าบริเวณนั้นจนสีเริ่มละลาย จากนั้นเอาผ้าชุบน้ำยาล้างจานแล้วล้างออก แค่นี้สีบนผนังก็หลุดออกแล้ว
5. ยาสีฟัน
นอกจากมันจะทำให้ฟันเราขาวใสแล้ว ยังช่วยให้คราบเปื้อนบนผนังหลุดออกได้ง่ายๆอีกด้วย โดยบีบยาสีฟันลงบนแปรงฟัน แล้วขัดลงบนคราบ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดล้างออก แค่นี้ผนังก็ใหม่เอี่ยมแล้ว

สังเกตปลวก ก่อนที่จะโดนยึดบ้าน!!

ปลวกเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ แต่พิษสงร้ายแรง ยิ่งต่อบ้านเราแล้วพวกมันคือศัตรูลำดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ปลวกเป็นสัตว์ที่กินทุกอย่างที่ทำจากไม้เพราะมีส่วนประกอบของเซลลูโลส และจะเลือกกินส่วนที่อ่อนที่สุดก่อน ดังนั้นก่อนที่มันจะเข้ายึดบ้านเรา เราควรหาทางแก้ไขและกำจัดมันซะก่อน

1. ขอบประตู
วิธีการง่ายๆ แต่ต้องอาศัยความช่างสังเกตุและความละเอียดอ่อน คือต้องใช้ไฟฉายและไขควง ตรวจสอบตามขอบประตู หน้าต่าง ขอบบัว และรอยแตกตามผนัง หากพบดินสีน้ำตาลดำลองใช้ไขควงเขี่ยดู หากพบตัวปลวกนั่นแสดงว่าพวกมันเริ่มโจมตีได้สักระยะแล้ว

2. พื้น
วิธีสังเกตง่ายๆ คือดูว่าพื้นมีผงคล้ายๆเม็ดทรายสีน้ำตาลดำหรือไม่ ถ้าพบแล้วลองใช้ไม้เคาะดู หากเป็นพื้นปาร์เก้ จะได้ยินเสียงผิดปกติ ฟังดูกลวงๆ เพราะพื้นด้านล่างเป็นโพรงแล้ว

3. เพดาน
ฝ้าเพดานเป็นอีกที่ที่ปลวกโปรดปราน โดยปกติแล้วฝ้าเพดานจะมีสีขาวและเป็นแผ่นเรียบ หากสังเกตุว่าเริ่มมีรอยและดูไม่สม่ำเสมอ นั่นอาจเป็นพื้นที่รุกรานจากปลวกก็เป็นได้

กำจัดปลวกอย่างไรให้ได้ผล
วิธีการกำจัดปลวกนั้นมีอยู่สองวิธี คือ ทำด้วยตัวเอง กับการใช้บริการ ซึ่งการทำด้วยตัวเองเราสามารถหาซื้อน้ำยาหรือผงกำจัดปลวกมาทำลายลังของมันเองได้ แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือกำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดซะที

วิธีที่สองคือการเรียกใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีมากมายให้เลือก แต่ถ้าอาการที่บ้านพบปลวกรุกรานอย่างหนัก เราขอแนะนำให้ใช้บริการที่มีมาตรฐาน แม้จะมีราคาสูงแต่สามารถจำจัดให้หมดได้และมีการรับประกันอีกด้วย

กำจัดเชื้อรา บน…หมอน

เครื่องนอนนั้นอาจจะเป็นที่ซุกซ่อนของฝุ่นและไรซึ่งเป็นสาเหตุทำให้บั่นทอนสุขภาพของคุณได้ และการทำความสะอาดหมอนและผ้านวมที่ดีที่สุดก็คือการนำไปซักนั่นเอง

วิธีกำจัดคราบเหลืองและเชื้อราบนหมอน ด้วยเครื่องซักผ้า!
1. วิธีซักหมอนมีคราบเหลือง คราบเหลืองบนหมอนกำจัดได้ไม่ยาก ด้วยการนำหมอนลงไปแช่น้ำร้อนในถังซักผ้า แล้วใส่ผงซักฟอก 1 ถ้วยตวง ผงล้างจาน 1 ถ้วยตวง และผงบอแรกซ์ อีก ½ ถ้วยตวงลงไป แช่ต่ออีก 30 นาที แล้วค่อยเปิดระบบซักตามปกติ ก่อนจะปั่นแห้งและอบแห้งให้นำลูกเทนนิส 2 ลูกใส่ลงในถังซัก แล้วปั่นต่อจนกว่าจะเสร็จเรียบร้อย คราบเหลือง ๆ ก็จะหายไป

2. วิธีซักหมอนใหม่ นำหมอน 2 ใบใส่ลงไปในถังซัก แล้วใส่สบู่ซักผ้าขูดฝอย 1 ถ้วยตวงลงในช่องใส่ผงซักฟอกพร้อม ๆ กับสารฟอกขาว ½ ถ้วยตวง และเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง เทน้ำร้อนตามลงไป จากนั้นแช่หมอนทิ้งไว้ 20 นาที ใส่ลูกเทนนิสที่ห่อด้วยถุงเท้าสะอาด ๆ ลงในถัง ตามด้วยน้ำมันหอมระเหย 3-5 หยด แล้วค่อยเปิดโหมดปั่น เมื่อปั่นและอบแห้งเรียบร้อยแล้ว หมอนก็จะกลับมาสะอาดเหมือนเดิม

3. วิธีซักหมอนให้ขาวสะอาด สำหรับวิธีนี้เพียงแค่นำน้ำยาล้างจาน 1 ถ้วยตวง มาผสมกับโซดาซักผ้า ¾ ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง และผงซักฟอกที่ใช้ประจำอีก 3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเติมน้ำร้อนประมาณ 3 ถ้วยตวงลงไป แล้วคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ต่อมานำหมอนใส่ลงในถังซักผ้าและตามด้วยส่วนผสมที่เตรียมไว้ เปิดน้ำร้อนและซักตามปกติ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

4. วิธีซักหมอนขึ้นรา การกำจัดเชื้อราบนหมอนทำได้โดยนำหมอนมาแช่น้ำร้อนในถังซัก แล้วเติมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) 1 ถ้วยตวง และน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงลงในถังซักโดยตรง แช่ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นเทเบกกิ้งลงช่องผงซักฟอก (ถ้าเป็นเครื่องซักผ้าฝากหน้าใช้ ¼ ถ้วยตวง สำหรับเครื่องฝาบนใช้ ½ ถ้วยตวง) เพิ่มน้ำส้มสายชูลงไปในช่องผงซักฟอกอีก ½ ถ้วยตวง และหยดน้ำมันหอมระเหย 2-3 แล้วให้เครื่องซักทำความสะอาดและปั่นแห้งตามปกติ หมอนก็จะกลับมาสะอาดน่าหนุน ไม่มีเชื้อราที่น่ากลัวอีกต่อไป

5. วิธีซักหมอนด้วยเครื่องซักผ้าฝาหน้า สำหรับการซักหมอนด้วยเครื่องซักผ้าฝาหน้า ให้ผสมโซดาซักผ้า 1 ถ้วยตวง กับผงล้างจาน 1 ถ้วยตวง และผงบอกแรกซ์ ½ ถ้วยตวง จากนั้นตวงส่วนผสมประมาณ ¼ ถ้วยตวง ใส่ในช่องผงซักฟอก ตามด้วยสารฟอกขาวอีก ¼ ถ้วยตวง แล้วนำหมอน 2 ใบใส่ในถังซักเพื่อถ่วงน้ำหนักให้บาลานซ์กัน เปิดระบบน้ำร้อนและปั่นให้นานหน่อย ก่อนปั่นแห้งและอบแห้งให้นำลูกเทนนิสไปใส่ในถังซัก 2 ลูก เพื่อช่วยรักษารูปทรงของหมอนและทำให้หมอนแห้งเร็วกว่าการปั่นแบบธรรมดา

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

เฟอร์นิเจอร์ขึ้นรา แก้ได้ไม่ยาก

ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ฝนกำลังจะหายไปแต่ยังทิ้งปัญหาคาใจให้เราอยู่นั่นคือ เฟอร์นิเจอร์ขึ้นรา เชื้อราที่ขึ้นตามโต๊ะ ตู้ เตียง อันเกิดมาจากความชื้น และถ้าเราสูดดม หรือสัมผัสมันมากๆจะก่อให้เกิดโรคภัยตามมา

เรามีเคล็ดไม่ลับง่ายๆ มาให้ลองทำกัน ไม่ว่าจะเฟอร์นิเจอร์ไม้ หนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ผ้า

1.เชื้อราบน เฟอร์นิเจอร์ไม้  เฟอร์นิเจอร์ไม้จริง วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ เช็ดทำความสะอาดหรือใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ดก็ได้ นอกจากนี้ ถ้าคราบเชื้อรามีมากและฝังลึก เราสามารถใช้กระดาษทรายขัดผิวไม้ส่วนที่เป็นเชื้อราออก  ขัดหยาบก่อนค่อยขัดละเอียดให้เฟอร์นิเจอร์เรียบเนียน แล้วเช็ดทำความสะอาดก่อนใช้น้ำยาเคลือบผิวไม้ทาทับ  (แลคเกอร์ ทีคออยล์) เพื่อป้องกันการเกิดของเชื้อรา เฟอร์นิเจอร์ไม้ปิดผิว วิธีแก้ไขคือใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดๆ เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง หลังจากนั้นใช้แลคเกอร์ทาให้ทั่วเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศชื้นสัมผัสกับไม้

2.เชื้อราบน เฟอร์นิเจอร์หนัง สำหรับการกำจัดเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ประเภทเครื่องหนังนั้นมีวิธีแก้ไขโดย ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเจือจาง (ใส่กระบอกฉีดเพื่อความสะดวก)  ฉีดพรมบนจุดที่เป็นเชื้อรา และเช็ดถูอย่างระวังอย่าให้ฟุ้ง หลังจากนั้นเช็ดทำความสะอาดแล้วเคลือบหนังด้วยน้ำยาบำรุงเครื่องหนัง

3.เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ประเภท ผ้า ใช้วิธีการต้มน้ำร้อนเดือดเพื่อฆ่าเชื้อราและน้ำไปตากแดดจัดๆ  ถ้าหากเชื้อราขึ้นเป็นบางจุดให้นำผ้าบริเวณที่เป็นราจุ่มแช่น้ำด่างทับทิมไว้ 5 นาทีแล้วค่อยนำไปซักและตากแดด

 

TIPS

– ก่อนจะทำความสะอาดอย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือยางเพื่อป้องกันด้วยนะคะ

– พยายามเปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ให้แดดส่องเข้าถึงเป็นประจำเพียงเท่านี้เพียงเท่านี้ก็โบกมือลาเชื้อรากันได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก baanlaesuan.com